• 082-889-9890 ถึง 3
  • info@website.com
  • Mon - Sun: 24 hr
sbobet
sbobet
SBOASIA88
sbobet app SBOASIA88
SBOASIA88

สมัครแทงบอล SBOASIA88

1

ติดต่อโทร

SBOASIA88

088 12345 01-5
เพื่อรับเลขที่บัญชี

2

สมัครฟรีสโบเบท

SBOASIA

ฝากแค่ 500 บาท

3

รอรับ

username , 
password
ภายใน 10 นาที

4

เข้าร่วม

ร่วมเล่นสโบเบ็ต
ได้ทันที

Category Archives: ข่าวกีฬา

โทรฟี่ ยาชิน บัลลง ดอร์ สำหรับผู้รักษาประตู

3ตัวเต็ง!โทรฟี่ ยาชิน บัลลงดอร์ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมใครจะได้?

โทรฟี่ ยาชิน ช่วงเวลาปลายปีที่ลมหนาวแวะมาเยี่ยมเยียนผิวชาวไทย ให้ได้หนาวกันแบบประปรายเช่นนี้ วงการฟุตบอลยุโรปก็เป็นช่วงที่การขับเคี่ยวชิงชัย เดินทางมาถึงหนึ่งในสามของระยะทางกันแล้วแต่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญ ซึ่งผู้คนทั่วโลกต่างก็ตั้งตารอคอยไม่แพ้ผลการแข่งขันของทีมเช่นกันเห็นจะเป็นการประกาศรางวัลลูกฟุตบอลทองคำ หรือที่เรียกว่า บัลลง ดอร์ ของนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล นี่แหละครับ

โดยในปีนี้ มีเรื่องพิเศษเพิ่มเติมเข้ามาอีก เพราะนอกเหนือจาก บัลลง ดอร์ ที่เป็นลูกบอลทองคำ มอบให้กับสุดยอดนักเตะที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในรอบปีแล้วนั้น ยังมีการเพิ่มรางวัลใหม่เข้ามาด้วย นั่นก็คือ บัลลง ดอร์ สำหรับผู้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูโดยเฉพาะนั่นเอง โดยชื่อของโทรฟี่ จะใช้ว่า “โทรเฟ่ ยาชิน” นั่นก็หมายความว่านับแต่นี้ต่อไป ผู้รักษาประตูที่ผลงานดี จะไม่ถูกมองข้ามอีกแล้วและจะไม่เป็นการเสียเปรียบผู้เล่นตำแหน่งอื่นๆอีกด้วย

โทรฟี่ ยาชิน บัลลงดอร์ของผู้รักษาประตูมีใครบ้าง

เอ่ยถึงชื่อ เลฟ ยาชิน แฟนบอลรุ่นใหม่ๆคงไม่รู้จักกันสักเท่าไร แต่หากไปถามพวกแฟนบอลรุ่นเก๋าๆ มีอายุมากหน่อย จะรู้ทันทีว่า ยาชิน ก็คือ เลฟ ยาชิน อดีตนายประตูระดับตำนานของโลก เป็นชาวโซเวียตที่เสียชีวิตไปแล้วและมีฉายาสุดเท่ว่า “หมึกยักษ์ดำ” เป็นเพียงผู้รักษาประตูคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่เคยคว้าบัลลง ดอร์ มาครองได้ในปี 1963

ทีนี้มาว่ากันถึงนายทวารในยุคปัจจุบันนี้กัน เพราะเป็นยุคที่มีมือดีมากมายในตำแหน่งนี้แต่ละคนมีจุดเด่น จุดด้อย ต่างกันไป ซึ่งจะขอคัดเบอร์ตองมาสักสามคนใน ที่มีสิทธิลุ้นรางวัล โทรฟี่ ยาชิน ครั้งแรกในปีนี้นั่นเอง


อลิสซง เบ็คเกอร์ (Alisson Becker) ตัวเต็งโทรฟี่ ยาชิน
อลิสซง เบ็คเกอร์ (Alisson Becker)

คนแรกก็คือ อลิสซง เบ็คเกอร์ นายด่านแซมบ้า ฉายาพ่อหมีแห่งถิ่นแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล ที่หากวัดดูผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งในช่วงที่เฝ้าเสาให้ โรม่า และ ลิเวอร์พูล ถือว่าสถิติดีมากๆ เสียประตูเฉลี่ยเพียง 1.24 ต่อเกมเท่านั้นเอง ซึ่งจริงๆมันน่าจะลดลงมาอีก ถ้าเกมที่เจอร์บาร์เซโลน่า ไม่เสียไปถึงสามลูกแบบนั้น แต่ก็ยังพาทีมก้าวไปคว้าแชมป์มาครองได้อยู่ดี พร้อมทั้งได้รับเลือกให้เป็นนายประตูยอดเยี่ยมของทัวร์นาเม้นท์

ในภาพรวม อลิสซง มีส่วนร่วมกับเกมค่อนข้างมากทีเดียว แม้กองหลังของหงส์แดงจะแกร่งขึ้นก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่างานของเขาจะง่ายดายนัก เพราะต้องถูกลองส่องให้ออกแรงเซฟอยู่บ่อยๆ ถือได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องจริงๆสำหรับสโมสรลิเวอร์พูล ที่คว้าเขามาร่วมทีมในปี 2018 อย่างที่เห็นชัดเจนว่า อลิสซง มีอิทธิพลต่อเกมรับของทีมมากแค่ใหน จนพาทีมบินสูงต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้

อีกทั้งยังมีผลงานในทีมชาติบราซิล ที่ขับให้เขาโดดเด่นมากขึ้นจาก แชมป์โกปา อเมริกา แถมยังได้รับเลือกเป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำรายการอีกด้วยจะไม่แปลกเลยที่เขาเป็นตัวยืนหนึ่งในการคว้า ยาชิน โทรฟี่ เพราะการที่สามารถคว้าถุงมือทองคำมาได้ถึงสามรายการแล้วนั้น มันก็การันตีความสามารถคุณไปแล้ว โดยไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดยาว


เอแดร์ซอน  (ederson-cl-h)
เอแดร์ซอน  (ederson-cl-h)

คนต่อมาก็ยังคงเป็นชาวบราซิล เช่นกัน นั่นก็คือ เอแดร์ซอน ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่แม้ผลงานจะไม่หวือหวามากมายอะไร แต่ก็มีส่วนสำคัญในการคว้าสามแชมป์ในประเทศของเรือใบสีฟ้า แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก แถมตัวเขายังเสียประตูอยู่บ่อยครั้ง

ทว่ามันก็ปฏิเสธความจริงที่ว่าเขาเป็นนายด่านที่แข็งแกร่ง ยืนตำแหน่งดี และความแม่นยำรวดเร็วในการตัดสินใจออกบอล
ซึ่งทำให้เจ้าตัวมีสถิติการออกมาตัดบอกมากเทียบเท่ากับ มานูเอล นอยเออร์ นายประตูชาวเยอรมันจากค่ายเสือใต้อีกด้วย อาจจะดูไม่ค่อยมีหวังในการคว้าบัลลง ดอร์ แต่ในเมื่อทุกอย่างยังคงเป็นไปได้ เอแดร์ซอน ก็มีโอกาสหวังเล็กๆอยู่เหมือนกัน


มานูเอล นอยเออร์ (Manuel Neuer)
มานูเอล นอยเออร์ (Manuel Neuer)

คนสุดท้ายที่จะไม่พูดถึงคงกระไรอยู่ เพราะมีดีกรีเคยยืนหนึ่งในตำแหน่งผู้รักษาประตูแชมป์โลกมากแล้ว และหากพูดเช่นนี้ ชื่อของ มานูเอล นอยเออร์ คงไม่หนีไปจากใจ เป็นที่รับรู้กันดีมาช้านานว่าชายคนนี้ มีทักษะความสามารถในการปกป้องประตูยอดเยี่ยมมากเพียงใดฝีไม้ลายมือของเขาไม่เป็นที่สงสัยสำหรับแฟนบอล

การยืนระยะต่อเนื่องมายาวนานเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างสูง เฉพาะแค่ในเกมระดับทวีปที่เขาเริ่มเล่นกับ ชาลเก้ 04 จนมาถึงวันนี้ที่ บาเยิร์น มิวนิค เขาไม่เคยเป็นมือสองรองจากใครเลย นั่นรวมถึงสถานะในระดับทีมชาติเยอรมันด้วย เขาลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก แตกหลักหนึ่งร้อยนัดไปไม่นาน และค่าเฉลี่ยเสียประตูก็ต่ำมากๆที่ 0.96 ต่อเกม แถมตลอดการลงเล่นในฟุตบอลยุโรป เขาเสียประตูจากลูกจุดดทาแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ในส่วนอื่นๆคงไม่มีอะไรต้องพูดให้เยิ่นเย้อ เพราะปัจจุบันเขาเป็นถึงกัปตันของบาเยิร์น มิวนิค และมีอิทธิพลในการเล่นของทีมอย่างสูง มีส่วนร่วมกับเกมอยู่เสมอและมีสถิติออกมาสกัดบอลนอกกรอบบ่อยครั้งมากๆ จนเพิ่มมิติใหม่ในการเรียกผู้รักาาประตูว่าเป็น สวีปเปอร์ คีพเปอร์ นั่นเอง


เวลาแห่งการตัดสินเริ่มกระชั้นชิดเข้ามาทุกที ซึ่งนอกจากสามคนที่กล่าวถึงมานี้ มันก้ยังมีอีกเยอะมากๆ ที่เป็นผู้รักษาประตูมือดีของยุคสมัยนี้ เป็นต้นว่า เกย์ลอร์ นาบาส ของ เปแอสเช

ยาน โอบลัค ของ แอต มาตริด แม้กระทั่ง มาร์ก อังเดร แทร์ ชเตเก้น จากบาร์เซโลน่า ก้อยู่ในข่ายลุ้นรางวัลด้วยเช่นกัน ส่วนใครจะสมหวังนั้น ก็ต้องรอดูกันครับ


มาดูกันว่า โทรฟี่ ยาชิน รางวัลของประตูยอดเยี่ยมปีนี้ใครจะคว้ามาครอง จะเป็นตัวเต็งอย่างอลิสซง หรือไม่ต้องรอดูว่าเขาจะป้องกันทีมจนพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ได้หรือไม่?

เป็นยังไงบ้างครับสำหรับ 3รายชื่อผู้เข้าชิงใครจะเป็นของของตำแหน่งคนต่อไป มาลุ้นติดตามข่าวสาร ข่าวกีฬาออนไลน์ ฟุตบอล ผลบอลต่างประเทศได้ที่ : sboasia88.com

 

กองทัพเปแอสเช

กองทัพเปแอสเช พร้อมแค่ไหนที่คว้าแชมป์2019-2020

กองทัพเปแอสเช จนถึงตอนนี้ หลังเปิดฤดูกาลฟุตบอลลีกยุโรปกันมาราวๆ 3 เดือน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มหาอำนาจยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังฝรั่งเศส ถือว่ากำลังอยู่ในช่วงติดปีกบินสูง กับฟอร์มการเล่นของทีมกำลังฮอตฮิตยิ่งกว่าซิงเกิ้ลเพลงใหม่ของวงบอยบอยแบนด์เมืองไทย ไล่สายตาไปดูใน ลีก เอง ตอนนี้ เปแอสเช ซึ่งพ่วงดีกรีสถานะแชมป์เก่า กำลังโดดนำจ่าฝ่าแบบทีมเดียวด้วย 27 คะแนน จากการซิวชัยมาได้ 9 นัด แพ้เพียงสองนัดเท่านั้น

เนย์มาร์ กองทัพเปแอสเช

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือพวกเขามีกลุ่มผู้เล่นในแนวรุกที่สุดยอดมากที่สุด ยิงไป 25 ประตูและในแผนกเกมรับก็สร้างผลงานออกมาได้ดี เสียไปเพียง 5 ลูกเท่านั้นเองส่งผลให้ทิ้งห่างทีมอันดับสองที่ตามมาแบบไกลๆ 8 คะแนนเลยทีเดียว นั่นคือผลงานในฟุตบอลลีกภายในประเทศ ขยับมาที่เส้นทางในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถ้วยที่พวกเขาปรารถนาอยากได้มานอนกอดมากที่สุด

ผลงาน กองทัพเปแอสเช ฤดูกาลนี้ยอดเยี่ยมมาก

เปแอสเช ทำได้ยอดเยี่ยมกับนัดแรก ที่เปิดบ้าน ปาร์ก เดส์ แพร๊งซ์ ไล่ถลุงยอดทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ขาดถึง 3-0 ประตู ก่อนที่ในเกมนัดต่อมาจะบุกไปเอาชนะ กาลาตาซาราย ที่อิสตันบูล แล้วก็จับเครื่องบินไปไล่ถล่ม คลับ บรูช ถึงเบลเยี่ยม 5-0 ประตู ยิ่งหากนับเฉพาะผลงานในหกเกมหลังสุด ลูกทีมของโธมัส ทูเคิ่ล เก็บชัยได้เรียบวุธยิงไปมากถึง 19 ประตู และเสียไปเพียงลูกเดียวเท่านั้น

เปแอสเชฤดูกาลนี้พวกเขาผิดผลาดจุดไหน

เขียนให้เห็นภาพชัดๆง่ายๆคือ นับแต่ม่านเปิดฤดูกาลถูกดึงขึ้น พวกเขาเพิ่งพุ่งชนความปราชัยเพียงแค่สองนัดเท่านั้นนั่นก็คือการพลาดท่าแพ้ในเกมลีกสองนัด ให้กับ สโมสรแรนส์ และ แร็งส์ หากจะพูดถึงเป้าหมายของทีมเศรษฐีใหญ่แห่งแดนน้ำหอมทีมนี้ แน่นอนว่าเป้าหมายสูงสุดย่อมต้องเป็น การก้าวไปให้ถึงบัลลังก์แชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่ให้ได้

หลังจากที่ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร ก็ลงทุนทุ่มธนบัตรไปมหาศาล ก็เพื่อหวังจะได้ถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก นี่แหละ มานอนกอดนอนลูบคลำให้ได้สักครั้ง ส่วนฟุตบอลรายการอื่นๆภายในประเทศ มันเป็นเหมือนของตาย ที่พวกเขาต้องก้าวไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ให้ได้อยู่แล้ว เพราะหากต่ำกว่านั้น ถือว่าล้มเหลวสิ้นเชิง เพราะด้วยศักยภาพของทีมที่พวกเขามี มันก็เหมือนเป็นไฟต์บังคับที่้ต้องแชมป์เท่านั้น

เอดิสัน คาวานี กับปารีสยังไหวมั้ย

ขุมกำลังเปแอสเชเวลานี้พร้อมแค่ไหน

ปัจจุบันนี้ ในด้านขุมกำลังนั้น เปแอสเช มีนักเตะบาดเจ็บอยู่ 4 คน นั่นก็คือ เนย์มาร์ ซุปตาร์แซมบ้า อิดริสซ่า เกย์ , ธีโล เคห์เรอร์ และ โธมัส เมอนิเย่ร์ แต่พวกที่หายเจ็บกลับมาแล้วก้ถือว่าเป็นกลุ่มผู้เล่นที่พระกาฬเรียกพี่ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงตำนานของทีม , คีลิยัน เอ็มปับเป้ รวมไปถึง อันเดร์ เอเร์ร่า นักเตะแดนกลางที่เพิ่งย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

  • ในส่วนของเกมรุกนั้น ถือเป็นจุดเด่นมากของสโมสร ยิ่งหลังจากที่ เอ็มปัปเป้ หายเจ็บกลับมาลงสนาม เขาโชว์ฟอร์มประทับจิต ผลงานประทับใจอย่างมาก
  • แถมยังเล่นเข้าคู่กับ เมาโร อีคาร์ดี้ กองหน้าที่ยืมมาจากอินเตอร์ มิลาน ได้อย่างเข้าขารู้ใจกันดีสุดๆ โดยมีตัวซัพพอร์ทคอยเปิดป้อนอย่าง
  • อังเคล ดิ มาเรีย ที่ตอนนี้ก็มีฟอร์มที่ขึ้นหิ้งไม่แพ้กัน เป็นตัวเคลื่อนเกมซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้แม้
  • เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงขวัญใจแฟนบอลปารีเซียง จะหายเจ็บกลับมาแล้ว แต่ก็ยังคงต้องนั่งสำรอง รอคอยโอกาสไปก่อน เพราะ อีคาร์ดี้ และ น้องเป้ กำลังทำผลงานได้ดีนั่นเอง

PSG การจัดทีมที่ลงตัว ได้อย่างไร

เห็นได้ชัดเลยว่า โธมัส ทูเคิ่ล มีตัวเลือกที่หลายหลายมากๆในทีม ยิ่งกับในแผนกกองหน้า ลองนึกภาพว่า เนย์มาร์ หายเจ็บกลับมา มันจะยิ่งน่าปวดกบาลในการจัดการทีมมากแค่ใหน เพราะเท่ากับมีกองหน้าระดับพระกาฬให้เลือกใช้งานถึงสี่คนขณะที่ถ้าไล่สายตาไปดูแนวรับของทีม ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ลงตัวยอดเยี่ยม ทั้งการได้ประตูมากฝีมืออย่าง เกลอร์ นาบาส มายืนหนึ่งอยู่หลังแผงแนวรับ ขณะที่ ติอาโก้ ซิลวา แม้วัยจะมากขึ้น แต่ประสบการณ์ก็แก่กล้าขึ้นตามตัวเลขอายุเช่นกัน ทำให้คอยยืนบัญชาการเกมรับให้ทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลูกมืออย่าง มาร์กิณญอส , คิมเปมเบ้ , เบร์นาต และ เมอนิเยร์

ขณะที่ในแดนกลางก็ถือว่าแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าแดนหน้า เพราะมีทั้งมิดฟิลด์พรสวรรค์สูงชาวอิตาเลี่ยน อย่าง มาร์โก แวร์รัตติ อิดริสซ่า เกย์ และ ดิมาเรีย โดยยังไม่นับรวมถึงจอมขยันอย่าง อันเดร์ เอเรร่า พวกเขาพลาดหวังกับถ้วยหูใหญ่สีเงินมาตลอดหลายปีหลัง แต่ด้วยทิศทางที่ทีมกำลังมุ่งไปในตอนนี้ หากไม่เสียหลักแหกดค้งพุ่งชนหมาตาย กันไปเสียก่อน กับการมีสมดุลในทีมทั้ง รับและรุก ที่ดีเช่นนี้ ก็น่าสนใจจริงๆว่า ปีนี้พวกเขาจะไปได้ไกลแค่ใหนในเส้นทางฟุตบอลสายยุโรป สุดท้ายนี้จะขอนำสถิติของผู้เล่นแนวรุกมาเปิดให้ดูกันว่า ใครฮอตมากขนาดใหน

สถิตินักเตะ กองทัพเปแอสเช

สถิติกองหน้าเปแอสเช ใครฮอตสุด

  • คีลิยัน เอ็มปับเป้ ลงเล่นไปแล้ว 6 เกม ยิงได้ 4 ประตู แอสซิสต์ 3 ครั้ง
  • อังเคล ดิ มาเรีย ลงเล่น 6 นัด ยิง 4 ประตู 5 แอสซิสต์
  • เมาโร อีคาร์ดี้ ลงเล่น 4 นัด ยิง 4 ประตู 1 แอสซิสต์
  • เนย์มาร์ ลงเล่น 5 นัด ยิง 4 ประตู
  • เอดินสัน คาวานี่ ลงเล่น 4 นัด ยิง 2 ประตู

จะเห็นได้ว่าผู้เล่นทุกคนมีสถิติการทำประตูที่เฉลี่ยกันสร้างผลงานได้ดีมากๆ ไม่มีการกระจุกตัวฝากความหวังไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่งจุดนี้เป็นผลดีในแง่ที่ว่าหากขาดใครไป อย่างน้อยๆคนที่เหลือก็ยังการันตีว่าสามารถจะยิงประตูให้ทีมได้นั่นเอง แม้เส้นทางจะยังอีกยาวไกล แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า ฤดูกาลนี้ กองทัพเปแอสเช อาจสมหวังนะครับเสียที (แต่ต้องรักษาฟอร์มแบบนี้ให้ได้ตลอดนะ อิอิ)


ปารีส แทบจะเรียกได้ว่าทีมที่ผูกขาดแชมป์ไปแล้ว หลังจากที่พวกเขากล้าที่จะทุ่มเงินก้อนโต เพื่อล่าตัวนักเตะซุปเปอร์สตาร์มาร่วมทีม ถือเป็นดีลที่คุ้มค่า ปีนี้กองทัพเปแอสเช จะล่าแชมป์ไม่ได้หรือไม่ต้องรอลุ้นกัน แต่เชื่อว่าไม่มีอะไรผิดผลาดก็เสร็จเรียบร้อยโรงเรียน ปารีสฯ เช่นเดิม

พรีเมียร์ลีกปีนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ มาแรงเกินคลาดไม่แพ้ปารีส กับการรีเทรินอีกครั้งรั้งรองจ่าฝูงแค่ลิเวอร์พูล << อ่านต่อคลิ๊ก

อ่านแล้วอยากจะลองอยากลองจิ้มดูสักที แนะนำให้แทงบอลขั้นตํ่า 100 บาทที่ : sboasia88.com

 

 

เลสเตอร์ ผงาดพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดอีกครั้งบนเวทีพรีเมียร์ลีกดีเกินคาดซีซั่นนี้..

เลสเตอร์ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก จากตัวเลข 26 คะแนน จากการลงสนามในพรีเมียร์ลีก 12 เกมแรก ในฤดูกาลนี้ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ทำให้พวกเขาพาตัวเองขึ้นไปนอนอยู่ที่อันดับสามของตารางคะแนน เป็นรองเพียง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เท่านั้น มันเป็นการออกสตาร์ทที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เมื่อดูจากขนาดของทีมและการที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ถือว่าเพิ่งเข้ามาทำทีมแทน โคล้ด ปูแอล เมื่อช่วงสามเดือนสุดท้ายของฤดูกาลก่อน

เลสเตอร์ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

เลสเตอร์ ซิตี้ รีเทิร์นอีกครั้งรั้งรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

น่าเหลือเชื่อกว่านั้นก็คือ นี่เป็นการออกซองพรีเมียร์ ลีก ที่ดีกว่า 12 เกมแรกเมื่อปีที่พวกเขาสร้างปาฏิหาริย์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เมื่อปี 2015-2016 ซะอีก กลับไปที่ช่วงสามเดือนสุดท้าย ที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์สต้องเข้ามารับงานต่อจากกุนซือชาวฝรั่งเศส ถือว่าผลงานไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ชนะมากถึง 7 นัด เสมอ 2 และ แพ้เพียง 2 เท่านั้น จบซีซั่นด้วยอันดับเลขตัวเดียว และตัว ร็อดเจอร์ส ก็ได้หยิบจับลองผิดลองถูกมาพอสมควร ก่อนจะเริ่มฤดูกาลใหม่อย่างเต็มตัว

เลสเตอร์ ซิตี้ดีลขายกองหลังได้สมบูรณ์แบบ

การขาย แฮรี่ แมคไกวร์ ออกไปด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ถือเป็นดีลที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หากดูที่ว่ามันแทบไม่ส่งผลกระทบอะไรเลยกับทีม บวกกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่ตบเท้าย้ายเข้ามา ยูริ ตีเลอมองส์ , เจมส์ จัสติน , เดนนิส ปราต และ อาโยเซ่ เปเรซ ก็ถือว่าสมเหตุสมผลและสมฐานะของทีมจนถึงตอนนี้ทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ชนะมากถึง 8 นัด เสมอ 2 และ แพ้เพียง 2 เท่านั้น แถมสองนัดที่แพ้นั้น ก็เป็นการแพ้แบบไม่สมควรแพ้ซะด้วยซ้ำ ทั้งกับเกมที่เจอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ที่เป็นการแพ้เพราะจุดโทษทั้งสองเกม

จิ๊กจอกสยามพวกเขาแพ้ให้ใครบ้างฤดูกาลนี้

นอกจากเจอหงส์แดงและปีศาจแดงที่พวกเขาแพ้ ซึ่งเป็นทีมในกลุ่มพี่เบิ้มทั้งหกของลีกพวกเขายังสามารถควักผลเสมอมาจาก เชลซี ได้ และปราบ ท็อตแน่ม ฮอท สเปอร์ส คว้าสามแต้มมาครองแน่นอนครับว่าไม่มีใครคาดหวังว่าพวกเขาจะสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นได้อีกครั้งเหมือนที่เคยคว้าแชมป์ลีกได้เมื่อปี 2016 เพราะทราบกันดีว่าตอนนี้มาตรฐานที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ได้เซตเอาไว้นั้นมันสูงลิ่วแค่ใหน และมันยากซะยิ่งกว่าการเข็นภูเขาขึ้นครก เอ้ย!!! เข็นครกขึ้นภูเขาซะอีก

สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเลสเตอร์ท้อปโฟร์ถึงหมดฤดูกาล

แต่ด้วยผลงานตอนนี้ สิ่งที่พวกเขาสามารถกล้าที่จะฝันและตั้งความหวังได้ก็คือ การทำอันดับเกาะกลุ่มหัวตารางไปเรื่อยๆ และพาตัวเองให้อยู่ในพื้นที่ท้อปโฟร์ให้ได้เมื่อจบ 38 นัดในเดือนพฤษภาคมปีหน้า เพราะนั่นมันจะเป็นการการันตีว่าตั๋วไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก จะตกมาอยู่ที่เลสเตอร์ ซิตี้ อย่าลืมนะครับว่าแค่ได้ชื่อว่าเป็นทีมที่ได้เข้าร่วมสังฆกรรมยูซีแอล มันสามารถสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ทีมได้มหาศาลมากแค่ใหนและเม็ดเงินตรงนั้น มันก็จะวนกลับมาเป็นฐานในการสร้างทีมให้ดีขึ้นต่อไปนั่นเอง

เลสเตอร์ตั้งเป้าคว้าถ้วยอะไรฤดูกาลนี้

นอกจากการติดท้อปโฟร์ให้ได้ อีกเป้าหมายหนึ่งของจิ้งจอกสยาม หนีไม่พ้นความหวังเล็กๆในฟุตบอลถ้วยใบเล็กอย่าง คาราบาว คัพ ซึ่งอย่างน้อยพวกเขาถือว่าเป็นทีมที่ดูดีและมีโอกาสคว้ามาครอง เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้นักเตะ เส้นทางของพวกเขาตอนนี้หลังหักด่าน เบอร์ตัน อัลเบี้ยน ทีมจากลีกวัน มาได้ ทำให้พวกเขาไปรอที่รอบแปดทีมเรียบร้อย นับเป็นปีที่สามติดต่อกันแล้ว ที่พวกเขามาไกลได้ถึงรอบแปดทีมและหากจำกันได้ เลสเตอร์ ในสองฤดูกาลก่อนที่ต้องอกหักตกรอบถ้วยใบนี้ก็ด้วยน้ำมือของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ทั้งสองครั้งนั่นเอง

ร็อดเจอร์สผู้อยู่เบี้องหลังความสำเสร็จ

นอกจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ได้รับคำชมอย่างมากที่ทำให้ทีมมีฟอร์มการเล่นที่ดีเหล่าบรรดานักเตะในแผนกเกมรุกก็ได้รับการยกย่องเช่นกัน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมรุกของพวกเขาคือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทีมมีผลงานโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ในเวลานี้ 27 ประตู จาก 11 เกมแรก คือใบการันตีผลงานชั้นดีที่พวกเขาทำไว้ เป็นผลงานดีที่สุดอันดับสองรองแค่เพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยิงไป 34 ประตู เพียงทีมเดียวเท่านั้น


เจมี่ วาร์ดี้ กลับมาสร้างสรรค์เกมรุกอีกครั้ง

เจมี่ วาร์ดี้ เลสเตอร์ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

เจมี่ วาร์ดี้ คือคนที่ยิ่งเล่นยิ่งดี แม้อายุจะเยอะแล้ว แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้กลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้งเพราะยิงไปถึง 10 ประตู จาก 12 เกมที่ลงสนามเกมลีกมา นอกจากนั้นยังมี ยูริ ตีเลอมองส์ , เจมส์ แมดดิสัน , อาโยเซ่ เปเรซ , ฮาร์วี่ บาร์น ที่่คอยสลับหมุนเวียนกันลงมาสร้างสรรค์เกมรุกให้ทีม จนทำให้สองนักเตะที่เคยเป็นตัวจริงอย่าง มาร์ค อัลไบรท์ตัน และ เดมาไรส์ เกรย์ ต้องหลุดไปนั่งสำรองเลย

อีกทั้งแม้จะเสีย แฮรี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังตัวเก่งไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ทว่ามันกลับไม่ส่งผลกระทบอะไรเลยกับแผนกเกมรับ ที่สร้างผลงานได้ดีไม่แพ้แผนกเกมรุก เพราะจนถึงตอนนี้ พวกเขาเสียประตูไปเพียง 8 ลูกเท่านั้น ซึ่งเป็นทีมที่เสียน้อยที่สุดในพรีเมียร์ ลีกซึ่งมันบ่งบอกชัดเจนว่า ด้วยพื้นฐานเกมรับที่ดี มันส่งผลถึงความมั่นใจให้กับผู้เล่นแนวรุกได้เล่นกันอย่างสบายใจ และนำมาซึ่งผลงานที่กำลังแล่นลิ่วฉิวติดลมบนอยู่ในตอนนี้นั่นเอง

สุดท้ายแล้วมันคงยากอย่างที่บอกไปในตอนต้น ว่าปาฏิหาริย์ที่จะคว้าแชมป์ลีกให้ได้ ในยุคที่ เรือใบสีฟ้าและหงส์แดง ตั้งมาตรฐาน เอาไว้เสียดฟ้าแบบนี้ เหมือนการนอนฝันกลางวันที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง แต่หากพวกเขายังรักษาความต่อเนื่องแบบนี้ได้เรื่อยๆ การกลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินฝันเช่นกัน และหากเป็นไปตามเป้าหมายนั้น มันจะเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่สวยงามมากๆ และบางทีเราอาจต้องหันกลับมามอง จิ้งจอกสยาม ตัวนี้ในมุมมองใหม่กันเสียแล้ว


ติดตามข่าวบอล ซลาตันรับอยากริเทรินสปน จะไปอยู่ทีมไหน <<อ่านต่อที่

เทคนิคแทงบอลพร้อมโปรโมชั่นฯ มากมายได้ที่ : sboasia88.com

Zlatan-year28

ชีวิตใหม่ของซลาตันในวัย 38 ปี สื่ออยากรีเทิร์นสเปน

ชีวิตใหม่ของซลาตัน เป็นข่าวเป็นคราวใหญ่โตไปทั่ววงการฟุตบอลของโลกอีกครั้งหนึ่ง สำหรับยอดชายชาวสวีดิช ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงวัย 38 ปี ที่ปัจจุบันนี้สังกัดอยู่กับสโมสรแอลเอ แกแล็คซี่ ในเมเจอร์ ลีก สหรัฐอเมริกา เรื่องของเรื่องคือการที่สัญญาของเจ้าตัวกับทีม กำลังจะหมดลงในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้แล้ว และยังคงไม่มีการพูดคุยเรื่องอนาคตกันเลยระหว่างตัว อิบรา กับทางต้นสังกัด

อีกทั้งล่าสุด แอลเอ แกแล็คซี่ ก็เพิ่งจะแพ้ให้กับ แอลเอ เอฟซี ในรอบเพลย์ออฟเมเจอร์ลีก ทำให้กลายเป็นว่าตอนนี้แผ่นดินอเมริกา ไม่มีอะไรที่ท้าทายเขาอีกต่อไปแล้วนั่นเอง

ชีวิตใหม่ของซลาตัน อัดคลิปสื่อถึงอะไร?

Zlatan Ibrahimovic

สถานการณ์ยิ่งน่าติดตามมากขึ้น จากการที่ตัว ซลาตันออกมาอัพโหลดคลิปวีดีโอของตนเอง ลงบนสื่อโซเชี่ยล โดยพูดว่า “สวัสดีสเปน รู้มั้ยว่านี่คืออะไร? อั๊วกลังจะกลับมาแล้วไง” มันเลยกลายเป็น ฮอต ท้อปปิค ประเด็นร้อนในชั่วเวลาข้ามคืนสำหรับแฟนบอลสเปนรวมถึงสื่อต่างๆ ที่ออกตั้งงานวิเคราะห์กันอย่างเมามันส์ว่า อิบรา มันจะสื่อถึงอะไร?

อิบรารับหมดความท้าทายในลีกอเมริกาแล้ว

อีกทั้งหากเราไปรวบรวมคำพูดคำจาของดาวยิงสวีเดน ในช่วงหลังๆที่เขาออกมาพูด มันก็ยิ่งชัดเจนว่าตัวเขาคงไม่อยากอยู่เล่นฟุตบอลในอเมริกาอีกแล้ว

“พูดตรงๆนะ ถ้าผมอยู่ที่อเมริกาต่อ MLS ก็จะยังมีคนพูดถึงอยู่ แต่ถ้าลีกแห่งนี้ไม่มีผมอยู่จะมีใครหน้าใหนสนกันล่ะว่า MLS คืออะไร”

“มันอาจฟังแล้วขัดหูพวกคุณ แต่ที่นี่มันเหมือนผมเล่นแบบซ้อมๆมากกว่าสนามที่นี่มันเล็กเกินฝีเท้าผม ตัวผมคุ้นเคยกับการลงเล่นตาอหน้าแฟนบอลระดับเกือบแสนคนแต่ที่นี่ ผมรู้สึกเหมือนกำลังเดินจูงหมาเล่นในสวนสาธารณะ”

แต่ละถ้อยคำที่บ้วนออกมาจากรูปาก ล้วนเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง จองหอง และน่ากระโดดถีบแต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า บางอย่างที่พูดก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่าจริง

อิบราวัยใกล้ 40 แล้วแล้วยังไหวหรอ

แม้อายุอานามของเขาจะล่วงเลยมาใกล้ถึงหลักสี่แล้ว แต่ด้วยคุณภาพในการเล่น ชื่อเสียง บารมี มันยังสามารถขายได้ และเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับสโมสรที่ต้องการตัวเขาไปร่วมทีมในรูปแบบสัญญาระยะสั้น นอกจากจะได้เรื่องประสบการณ์ที่เขาพร้อมจะมอบให้ทีม มอบให้ผู้เล่นเด็กๆ เชื่อเหลือเกินว่าบางที แค่เพียงได้รู้ว่า ซลาตัน มาร่วมทีม ขี้คร้านเกมในบ้านจะมีแฟนบอลแห่แหนกันมาเพื่อยลโฉมดาวเตะผู้นี้กันคับคั่ง

คำถามคือ ทีมใหนกัน ที่จะได้ตัวเขาไปครอง?

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ก่อนอื่นหากมองไปที่ลักษณะนิสัย และความเป็นคนแบบซลาตัน ก็เป็นที่ชัดเจนว่าเราควรตัดช้อยส์พวกทีมระดับเล็กๆออกไปได้เลย
เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างเขา จะยอมลดระดับตัวเองลงไปเล่นให้ ตามรอยเส้นทางการค้าแข้งของเขานั้น นับแต่ย้ายออกจากบ้านเกิดมาค้าแข้งนอกประเทศ ชายคนนี้ไม่เคยเล่นให้ทีมระดับไซส์มินิเลยสักทีม

ซลาตัน เคยร่วมงานทีมไหนมาบ้าง

จาก อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยักษ์ใหญ่วงการฟุตบอลฮอลแลนด์ จับเครื่องบินมาที่ตูริน เพื่อลงเล่นในเครื่องแบบม้าลาย ยูเวนตุส ต่อมาก็หอบผ้าผ่อนไปเข้าค่าย งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ในปี 2006 แล้วก็ลัดฟ้าไปแคว้นคาตาลัน ร่วมทีมบาร์เซโลน่า ในปี 2009 สองปีต่อมาก็กลับไปที่อิตาลีอีกครั้ง โดยเปลี่ยนจาก จูเซปเป้ เมอัซซ่า มาเป็น ซาน ซีโร่

ต่อมาก็ไปหาความท้าทายใหม่ๆที่ฝรั่งเศส กับสโมสรเปแอสเช ที่เขาตะบันไปมากถึง 113 ประตู ในช่วงสี่ซีซั่น แล้วก็มาร่วมงานกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ซลาตันสนใจย้ายไปร่วมทีมไหนในสเปน

ทีนี้จะเห็นได้ว่าหากเขาตั้งใจจะกลับมาเล่นในสเปนจริงๆ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเพราะเขายังฝังใจกับช่วงเวลาล้มเหลว ที่เขาเผชิญตอนอยู่กับ บาร์เซโลน่า และอยากกลับมาพิสูจน์ตัวเองให้คนที่ประเทศนี้ได้เห็นว่าเขายังเจ๋งอยู่ 57 ล้านปอนด์ คือตัวเลขที่ บาร์ซ่า ยอมจ่ายเป็นค่าตัวซื้อเขามาร่วมทีมเมื่อปี 2009 ตอนนั้นมีแต่คนมองไปว่า การที่บาร์ซ่า ได้ตัว ซลาตัน มาร่วมทีม จะยิ่งทำให้ทีมกลายเป็นเสือคาบดาบแถมติดปีกบินได้เข้าไปอีก

ทว่าความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะแม้จะเริ่มต้นได้ดีด้วยการซัด 11 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 14 นัดแรก แต่ด้วยความที่หากทีมจะใช้ ซลาตันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็เท่ากับต้องลดบทบาทของชายผู้ยิ่งใหญ่ของทีมอย่าง ลีโอเนล เมสซี่ ลงมา ซึ่งในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะมาลิดรอนอำนาจของดาวเตะอาร์เจนติน่า

Zlatan Ibrahimovic จะย้ายไปทีมไหน

ซลาตันย้ายหนีบาร์ซ่าเพราะอะไร?

อิบราฮิโมวิชคือคนที่ต้องเสียสละเพื่อให้ เมสซี่ มีอิสระในการเล่น และมันเป็นการเสียสละที่ทำให้ตัวดาวยิงสวีเดนเองนั่นแหละ โดนจำกัดอิสระในการเล่นไปแทน สุดท้ายเมื่อเสือสองตัวมิอาจร่วมถ้ำเดียวกันได้ อิบรา ก็ต้องอำลา

ซลาตันเป็นคนที่ทรนงในตัวเองอย่างมากอย่างที่รู้กัน และคนอย่างเขามีความคิดฝังหัวว่า ข้าคือผู้ชนะ แต่กับที่สเปน มันเหมือนจุดด่างพร้อยจุดเดียวที่ติดอยู่ในใจเขา มันจึงอาจเป็นเหตุผลว่าเขาอาจต้องการกลับ มาเล่นในสเปน เพื่อลบริ้วรอยที่ติดในซอกหลือของหัวใจให้หมดไป จะได้แขวนสตั๊ดแบบตายตาหลับ

ถ้าย้ายไม่ใช่บาร์ซ่าแล้วซลาตัน จะซบทีมไหนล่ะ?

แต่ถ้ากลับมาจริงๆ มันคงไม่ใช่ บาร์เซโลน่า แน่ๆ แล้วก็อย่างที่ทราบว่าประเทศสเปนมันมีทีมระดับบิ๊กเบิ้มแค่กี่ทีมกันเชียว ฉะนั้นถ้าไม่ใช่ บาร์เซโลน่า มันก็ต้องเป็น เรอัล มาดริด เมื่อดูไปในรายละเอียดทีมของ ซีเนอดีน ซีดาน ในตอนนี้ มันก็มีความน่าเชื่อพอสมควร ที่เราอาจได้เห็น พระเจ้า ในเสื้อราชันชุดขาว เพราะ มาดริด ตอนนี้ก็ประสบปัญหาเรื่องผู้เล่นในแผนกเกมรุก ที่แม้จะมี แกเร็ธ เบล แต่ก็เป็นความสัมพันธ์แบบรอวันสะบั้น

ซีดานสนใจตัวอยากได้ซลาตันจริงหรอ

ซีดาน ไม่มีเม้มว่าไม่มี เบล ในสายตา ที่ใงานอยู่ทุกวันนี้ก็ใช้แบบผ่านๆ จำเป็นต้องใช้เพราะสถานการณ์บังคับตัว แกเร็ธ เบล เองก็ลงเล่นไปตามหน้าที่ ไม่ปิดโอกาสที่จะย้ายออก ซึ่งตอนนี้ก็มีข่าวกับทีมในลีกประเทศจีนอีกครั้งแล้วด้วย เพราะฉะนั้น การได้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เข้ามา มันก็จะช่วยทีมได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะ ซลาตัน ยังไม่หมดไฟและฝีเท้ายังเล่นได้ในระดับสูง อีกทั้งราชันชุดขาวจะต่อยอดการตลาด จากเสื้อที่มีชื่อของชายคนนี้ปักอยู่ได้อีกเยอะแน่

สำหรับ ซลาตันเองนั้น หากตัดสินใจเอาตามนี้ ก็ถือว่าได้กลับมาพิสูจน์ตนเองกับ ลา ลีกา สเปน อีกครั้ง และที่สำคัญคือมันเป็นการกลับมาเล่นในขั้วตรงข้ามกับ บาร์เซโลน่า ซึ่งถือเป็นคู่แค้นไม่เผาผีกันโดยตรง โอโห นี่แค่คิดก็มันส์ชิบหายแล้วนะครับ(ฮา)


ยังไงใกล้จะสิ้นปีแล้ว..เราจะได้รู้แล้วว่าพระเจ้าของซลาตันจะย้ายไปอยู่ทีมไหน ด้วยวัยใกล้ 40 ปีแล้วแต่ก็ยังประตูอย่างต่อเนื่อง…หรือจะย้ายมาผีแดงปลุกปีศาจแดงอีกครั้ง ก็คอยลุ้นกัน ฝากติดตามข่าวบอล กีฬาฟุตบอลรอบโลก ข่าวบอลต่างประเทศ ได้ที่นี่ sboasia88.com

Granit Xhaka

กรานิต ชาคา โดนลงดาบ!หลังเปิดศึกดราม่าใส่แฟนบอลอาร์เซน่อล

ในเกมพรีเมียร์ ลีก นัดล่าสุดที่ อาร์เซน่อล เปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทำได้แค่เสมอกับคริสตัล พาเลซ ไป 2-2 การพลาดเก็บสามคะแนนในบ้าน แน่นอนว่าเป็นเรื่องใหญ่มากๆกับทีมที่ตั้งเป้าหมายในการติดพื้นที่ท้อปโฟร์ของตารางแต่ไอ้ที่มันเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น กลับกลายเป็นวีรกรรม(หรือวีรเวร)ของไอ้หนุ่มหน้าคนสวิตเซอร์แลนด์ นามว่า กรานิต ชาคา ที่มีปฏิกิริยาโต้ตอบแฟนบอลทีมตัวเอง ที่โห่ไล่เขาให้รีบเดินออกจากสนามตอนที่ถูกเปลี่ยนตัวออก

กรานิต ชาคา

กรานิต ชาคา กับวีรกรรมก้าวร้าวใส่แฟนบอล

จะด้วยความอัดอั้น ความกดดัน หรืออะไรก็แล้วแต่ กรานิต ชาคากลับผรุสวาทด่ากราดแฟนบอล ชูไม้ชูมือเป็นท่าป้องหู อารมณ์ประมาณว่า “แน่จริงมึงโห่มาอีกสิ กูไม่ค่อยได้ยินเลย” ต้องไม่ลืมด้วยนะครับว่า สถานะของดาวเตะคนนี้ เป็นกัปตันทีมของสโมสร เป็นดั่งตัวแทนของทีมและเป็นหน้าเป็นตาให้กับทีม แล้วกับการกระทำเช่นนี้ของเขา มันยิ่งทำให้อนาคตเริ่มมืดมัวลง (ทั้งๆที่ปกติ มันก็ไม่ค่อยจะสดใสเท่าไรอยู่แล้ว)

ยังไม่จบแค่นั้น เพราะ กรานิต ชาคายังถอดปลอกแขนกัปตันทีม เขวี้ยงทิ้งไปอย่างไม่ใยดีจน ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมย็อง ต้องตามมาก้มเก็บขึ้นมา แล้วตัวกรานิต ชาคา ก็เดินสะบัดเสื้ออาร์เซน่อลออกจากร่างกาย แล้วมุดเข้าห้องแต่งตัวนักเตะไปทันที ทั้งที่เกมยังไม่จบ

กรานิต ชาคาเล่นให้อาร์เซน่อลฟอร์มเป็นยังไง

สี่ปีแล้วนะครับ ที่ กรานิต ชาคาย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อล และมันเป็นสี่ปี ที่แฟนบอลอาร์เซน่อล มองไม่เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นเลยในตัวของเขา นอกจากฟอร์มการเล่นจะไม่คงเส้นคงวา มิหนำซ้ำเวลาลงสนามก็ยังชอบไปก่อความผิดพลาดแบบ ง่ายๆ แถมยังผิดพลาดมันซ้ำๆซากๆ การเข้าบอลบางทีก็เฟอะฟะโฉ่งฉ่าง เชิงบอลก็ไม่เนียน เรียกว่าพึ่งพาอะไรไม่ได้เลยสักนิด

มันเลยกลายเป็นภาพจำแง่ลบ ที่แฟนบอลไอ้ปืนใหญ่ ใช้มองกรานิต ชาคา มาโดยตลอดซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดไปจากความจริงที่เกิดขึ้นเลย เพราะ ชาคาก็เป็นอย่างที่เขาเกลียดกันจริงๆ แฟนบอลคงไม่สบอารมณ์หนักเข้าไปอีก ที่นักเตะอย่างชาคา ซึ่งไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน กลับได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องแถมยังอุตส่าห์กล้าๆได้รับปลอกแขนกัปตันทีมไปสวมซะอีก

ชาคาสติหลุดเพราะอะไร

พอมาเจอกับพฤติกรรมชิ้นโบว์แดงในนัดล่าสุดเข้าไป ยิ่งกลายเป็นการราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในจิตใจแฟนบอล ยิ่งเป็นตัวเร่งโวลุ่มเสียงโห่ให้ดังมากเข้าไปอีก สุดท้ายตอนนี้ชาคา ก็ไม่ต่างอะไรกับเนื้อร้ายของทีมที่แฟนบอลต้องการตัดทิ้ง แต่มันก็น่าคิดนะครับว่า การโห่ฮาใส่นักเตะทีมตัวเองแบบนั้น มันก็ทำเกินไปหรือไม่เพราะตามปกติแล้ว นักบอลก็เป็นคนเหมือนกัน เขาก็ต้องการกำลังใจ ต้องการทำผลงานให้ดีเช่นกัน

ตามตรงแล้วในเกมกับคริสตัล พาเลซ นั้น กรานิต ชาคาก็ไม่ได้ก่อความผิดพลาดอะไรมากมายจนถึงขั้นต้องโห่ใส่เขาขนาดนั้น แต่เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนั้น กรานิต ชาคาก็คงจะคิดน้อยเนื้อต่ำใจว่าทำไม อะไรๆ ก็ต้องตั้งธงโยนมาที่เขาอยู่ตลอดเวลา เป็นที่มาของปฏิกิริยาที่ออกไป

กรานิต ชาคา ก้าวร้าวใส่แฟนบอล

พฤติกรรมชาคาแสดงออกเหมาะสมแล้วหรอ

แต่ถึงแม้จะมองในมุมที่เข้าข้าง ชาคายังไงก็ตาม ทว่าสุดท้ายมันก็เป็นเรื่องไม่เหมาะไม่ควรอยู่ดีที่ไปแสดงออกด้วยการตอบโต้เช่นนั้น อดีตที่ผ่านมาในวงการฟุตบอลก็มีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนักว่าการตอบโต้ด้วยอะไรทำนองนี้ ไม่เคยเป็นผลดีต่อตัวผู้กระทำเลย

หน้าที่ของนักฟุตบอล อยู่ที่การลงเล่นฟุตบอลในสนาม สร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับ ก้าวผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้ใช้ผลงานในสนามกลบเสียงวิจารณ์ที่โถมใส่เข้ามาชาคา ต้องใช้ฝีเท้าในการอุดปากเสียงโห่

สิ่งที่เขาทำตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเอาคืนแบบเด็กๆเขาทำกัน อีกทั้งการที่เขามีสถานะเป็นกัปตันทีม ยิ่งต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ต้องนิ่ง ต้องอดทน ต้องเป็นผู้นำมากกว่า ถ้าคนเป็นผู้นำหงุดหงิดโมโหง่ายอะไรเข้ามากระทบก็จะชักปืนยิ่งใส่ลูกเดียว ปัญหามันก็ไม่จบไม่สิ้น

กรานิต ชาคากับแฟนบอลใครผิด?

สรุปเรื่องนี้แฟนบอลผิดมั้ย ก็มีส่วนกรานิต ชาคา ผิดมั้ย แน่นอนว่ามีส่วนด้วย แต่ไอ้คนที่น่าจะต้องรับผิดชอบมากที่สุด คงต้องเป็น อูไน เอเมรี่ ในฐานะกุนซือใหญ่ของทีมนั่นแหละ เพราะเขาเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการเลือกกัปตันทีม และมันไม่ควรเป็น ชาคา เลยด้วยซ้ำ หากดูที่ตัวผลงานซึ่งนักเตะยังไม่ได้พิสูจน์อะไรดีๆออกมาเลย ตลอดเวลาสี่ปีที่ย้ายมาร่วมทีม

สาเหตุอาจจะมาจากไม่พอใจเอเมรี่ดร็อป โอซิล

ยิ่งมีเรื่องการดร็อป เมซุต โอซิล เป็นสำรอง ทั้งๆที่เป็นนักเตะศักยภาพสูง แต่ดันปล่อยให้นักเตะอย่าง ชาคา ลงสนามต่อเนื่อง แถมเป็นกัปตันทีมแบบนี้อีกมันยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้แฟนบอล

อูไน เอเมรี่ กรานิต ชาคา

  • โอซิล ทำตัวตามแบบฉบับมืออาชีพ มาซ้อม มารายงานตัว แต่สุดท้ายไม่มีชื่อเป็นเกมนัดที่หกเข้าไปแล้ว ทั้งๆที่ก็ไม่ได้เจ็บป่วยหรือมีใครในครอบครัวตายซะหน่อย
  • เอเมรี่ ทำเสมือนว่า โอซิล เป็นอากาศธาตุ ไร้ตัวตนในสายตา แถมไม่เคยออกมาอธิบาย อะไรให้ชัดเจนด้วยซ้ำว่าทำไม โอซิล ถึงไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย

ด้วยเหตุนี้ แฟนบอลอาร์เซน่อล จึงมองว่า อูไน เอเมรี่มีอคติกับจอมทัพตาปรือชาวเยอรมันและคำว่า อคติ เนี่ยมันไม่ควรมีอยู่ในคนที่เป็นผู้นำของสโมสร ซึ่งแฟนบอลเขามองออก ว่ามันเป็นเรื่องอยุติธรรม ที่ โอซิล ถูกกระทำอยู่

กุนซือให้ท้ายชาคาต่างจากโอซิล…

มันเหมือนเป็นการท้าทายอำนาจแฟนบอล โดย อูไน เอเมรี่ที่ดื้อดึง ไม่ฟังใคร ยึดมั่นถือมั่นในความคิดของตนเอง โดยไม่มองภาพรวมความเป็นจริง ถึงสถานการณ์อันย่ำแย่ของทีม ที่กำลังเผชิญอยู่

กรานิต ชาคาคือคนที่อูไน เอเมรี่ ให้ท้าย อูไน เอเมรี่คือคนที่ปฏิบัติกับ เมซุต โอซิลอย่างไม่เป็นธรรม เมซุต โอซิล คือคนที่เป็นขวัญใจแฟนบอล บางทีเมื่อดูเส้นสายเชื่อมโยงในแผนผังตรงนี้ เราก็อาจจะพอมองออกได้ว่า กรานิต ชาคาคือ แพะ ที่แฟนบอลอาร์เซน่อล เพ่งเล็งเพื่อเป็นการส่งเสียง กดดันไปยัง อูไน เอเมรี่ อีกทอดหนึ่ง และอย่าได้แปลกใจที่ในวันนี้ ป้าย Emery Out มันจะว่อนไปทั่วสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในทุกเกม


อาร์เซน่อล จะลงดาบกับ กรานิต ชาคา ยังไงคงต้องดูต่อไป ล่าสุดอูไนเองก็ไม่ส่งชื่อเจ้าตัวลงนัดล่าสุดเป็นที่เรียบร้อย

*ยังไงต้องติดตาม ข่าวบอล ข่าวกีฬา ข่าวบอลต่างประเทศ สกู๊ปกีฬาทั้งหมด <<อ่านต่อที่นี่

*อ่านแล้วอยากรู้เรื่องแทงบอล คลิ๊ก เทคนิคแทงบอล ทั้งหมดของเราได้ที่นี่

ติดต่อเราได้เลยทุกช่องทาง

Ronaldo-Tricks

เคล็ดลับความสำเร็จของ โรนัลโด้ จากทีมจากวิเคราะห์คุณภาพ

เคล็ดลับความสำเร็จของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชื่อนี้ถือเป็นชื่อนักฟุตบอลระดับขึ้นหิ้ง ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านแดดลมฝน ในวงการสายลูกหนังมาอย่างโชกโชนและชุ่มฉ่ำ ปัจจุบันในวัย 34 ปี เขาก็ยังคงยืนระยะตะบันชีวิตในฟุตบอลระดับสูงได้อย่างดีเยี่ยม แถมหากใครได้ดูก็จะเห็นว่า มันไม่มีสัญญาณใดๆเลยที่จะสามารถบอกได้ว่าเขาคนนี้ จะไม่ไหวแล้วกับการเล่นฟุตบอล

การจะทำเช่นนี้ได้ แน่นอนว่าต้องมีแพสชั่น ความกระหายอยาก และหัวใจที่เข้มแข็ง แต่สำคัญที่สุดก็คือการขยันหมั่นฝึกซ้อม ดูแลสภาพร่างกายให้ดีเสมอ และหนึ่งในคนที่รู้เรื่องเคล็ดลับความสมบูรณ์แบบของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นอย่างดี ก็คือชายที่เคยทำงานร่วมกันกับเขาที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เคล็ดลับความสำเร็จของ โรนัลโด้ มาจาก..

โทนี่ สตรัดวิค ทีมงานวิเคราะห์คุณภาพของสโมสรปีศาจแดง นั่นเอง และจากบรรทัดนี้ไป เป็นคำสัมภาษณ์ของเขา ที่พูดคุยกับ สตีเฟ่น ฮาล์วสัน ในรายการ The warm down

สตาร์โค้ช แนะเทคนิค คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ทีมงานวิเคราะห์คุณภาพพูดถึงร่างกายโรนัลโด้ว่า..

“สำหรับผม สิ่งที่ทำให้โรนัลโด้ แตกต่างจากผู้เล่นคนอื่นๆ คือความสามารถในการสร้างสรรค์ ความอดทน ความว่องไว การฝึกในสิ่งเดิมซ้ำๆจนกล้ามเนื้อเคยชิน รวมถึงความสามารถในการเล่นการฟื้นสภาพร่างกาย ส่วนผสมในเรื่องของพลังงานในตัวโรนัลโด้ ก็น่าทึ่งมาก ไม่แปลกอะไรเลยที่เขากระโดดได้สูงขนาดนั้น”

“แต่โชคร้าย ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องปล่อยเขาออกจากทีมไปในปี 2009 ทำให้ผมไม่ได้ติดตามพัฒนาการของเขาในเรื่องสภาพร่างกายต่อ แต่หลังจากนั้นเราก็เริ่มหันมามองสมรรถภาพนักเตะในทีมมากขึ้น เราตรวจสอบและวิเคราะห์เจาะลึกรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับผู้เล่น แต่ยังไงก็ตาม จากสิ่งที่โรนัลโด้ ทำคือการลงสนามทุกสามวัน เป็นจำนวน 50 กว่าเกมต่อหนึ่งซีซั่น มาตรฐานของชายคนนี้ มันไปไกลกว่าพรีเมียร์ ลีก แล้ว”

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ความไหวขนาดไหน

เสียดายแมนยูไม่สามารถรั้งตัวโรนัลโด้ไว้ได้

“ชีวิตของ โรนัลโด้ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปรียบเหมือนการเดินทางที่น่าทึ่งของเด็กหนุ่มคนหนึ่งจากโปรตุเกส เขาเป็นคนมีพรสวรรค์นะ แม้ใครจะมองว่าเขาใช้พรแสวงมากกว่าก็เถอะ แถมยังมีบุคลิกโดดเด่น เป็นคนที่ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน มองหามาตลอดนับตั้งแต่เสีย เดวิด เบ็คแฮม ไป สามปีแรกที่ โรนัลโด้ ย้ายมา เปรียบดั่งช่วงเวลาของวัยรุ่นลองผิดลองถูกแต่จากนั้นก็อย่างที่เราเห็น ฟอร์มเขาพุ่งสูงมากจนไม่น่าเชื่อ น้ำหนักเขาประมาณ 80 กิโลกรัม เขาเล่นปีกได้ สปีดรวดเร็ว การกระโดดยอดเยี่ยม การเข้าปะทะ มันน่าทึ่งไปหมด แถมยังเป็นคนที่สามารถฟื้นสภาพร่างกายคืนมาได้เร็วมากด้วย เขาลงเล่นเฉลี่ย สามวันต่อหนึ่งเกม สิ่งเหล่านั้นหลอมให้เขากลายเป็นสุดยอดนักเตะของโลก ในช่วงสามปีสุดท้ายกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมคิดว่าเขามีส่วนร่วมกับการทำประตูให้ทีม มากถึง 135 ครั้ง และเขาจะทำแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ”

“อีกหนึ่งสิ่งที่น่าชื่นชมในตัวโรนัลโด้ และเป็นคุณสมบัติที่ดีของนักฟุตบอลที่จะก้าวไปเป็นหนึ่ง คือการตั้งคำถาม แม้เราจะมีวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เยี่ยมยอดมากแค่ใหน แต่อย่าลืมว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่นักกีฬาและการที่ผู้เล่นตั้งคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพ คือสิ่งที่ดี สิ่งที่ดีในการทำงานกับนักเตะระดับนี้คือการที่เขามักทำให้คุณลำบากใจเสมอ เพราะพวกเขาต้องการมาซึมซับข้อมูลความรู้จากคุณ และสิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่ผู้เล่นยุคใหม่ๆหลายคนไม่สนใจ ไม่ใส่ใจโรนัลโด้ ไม่ได้ถามแค่เรื่องในสนาม แต่เรื่องนอกสนามก็ด้วย มันบ่งบอกชัดเจนว่าเขาหลงใหลการเรียนรู้มากแค่ใหน การชอบเรียนรู้นี่แหละ ที่สร้างให้เขาต่างจากคนอื่นทั่วไป”

เฟอร์กูสัน กับ โรนัลโด้

นักเตะส่วนมากไม่ชอบซ้อมแต่ไม่ใช่โรนัลโด้

“ตอนแรกที่ผมเข้ามาทำงาน คาร์ลอส เคยรอช เป็นผู้ช่วยของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน และเขาบอกผมว่าให้คอยดูให้ที ว่านักเตะจะไม่เสียเวลาในการซ้อมมากเกินไป แต่สำหรับ โรนัลโด้ มันชัดเจนว่าอะไรก็หยุดเขาไม่ได้ เขาเป็นคนที่แอคทีฟเรื่องการทำงานอยู่เสมอ กลายเป็นผมซะเองที่ต้องรับมือกับความตึงเครียด เพราะต้องเป็นคนไปบอกเขาว่า สนามซ้อมจะปิดไฟแล้ว”

โด้ซ้อมอย่างอย่างหนักให้ร่างการจดจำสมํ่าเสมอ

“นักเตะทุกคนจะรู้ขีดจำกัดของพวกเขาเอง และอยากซ้อมมากขึ้น นี่เป็นวัฒนธรรมอันดีของสโมสร ที่ปลูกฝังให้นักเตะในทีม วันหนึ่งในการซ้อม ผมเห็น โรนัลโด้ ซ้อมอยู่คนเดียว เขาใช้ตัวถ่วงน้ำหนักที่ข้อเท้าตัวเอง เขาต้องการมั่นใจว่าเขาจะแกร่งที่สุด เขาซ้อมพิเศษเรื่องความแข็งแกร่งเสมอโดยเฉพาะข้อเท้า เพราะเขาอยากเร็วให้มากขึ้น และเขาไม่ค่อยพอใจการฝึกของตัวเอง เขาจึงพัฒนาการฝึกเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา”

ผลของการซ้อมอย่างหนักทำให้โด้สู่ความยิ่งใหญ่

“สุดท้ายนี้สำหรับผมมองว่า โรนัลโด้ มีเส้นทางลูกหนังที่ต่างไปจากคนอื่นๆ มีไม่มากคนนักหรอกที่จะครองความยิ่งใหญ่ ในสายอาชีพของเขาได้แบบนี้ ไม่ว่าจะกีฬาใดก็ตามแต่ มันหาคนแบบ โรนัลโด้ ยากมากที่ยืนระยะมายาวนานเช่นนี้ เพราะเรียกร้องทุกอย่างในชีวิตคุณ ต้องไม่ท้อ ต้องมีวินัย ต้องใช้มันสมองในการเดินไปข้างหน้า เขาผ่านการร่วมงานกับคนมาหลายคน ในทุกทีมที่เขาไปถึง

แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เขาเป็น เขาทำได้ดี และมันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย ถ้าเรารู้เบื้องหลังการทำงานหนักของเขา จนกลายมาเป็นสิ่งที่เราเห็นหน้าฉาก เขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย”

เราได้อะไรจากเห็นการซ้อมของโรนัลโด้

ไม่ว่าจะทำงานอาชีพอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเรามีความตั้งใจ มีความกระหาย มีความมุ่งมั่น เราก็สามารถจะกลายเป็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในสายงานอาชีพที่เราทำอยู่ได้ แต่สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีวินัยในตัวมากแค่ใหน เพราะมันอาจจะดูง่าย แต่เอาเข้าจริงๆการยืนระยะให้สม่ำเสมอยาวนาน นี่แหละคือจุดที่ยากที่สุดแล้ว


เส้นทางสายลูกหนังไม่ใช่ใครก็จะประสบความสำเร็จได้ ถ้าไม่มีพรสวรรค์คุณก็ต้องหาพรแสวงที่ไม่ใช่ พรศักดิ์ส่องแสง นะจ๊ะ…ถ้าไม่รู้จักเริ่มต้นยังไงลองดู คริสเตียโน่ โรนัลโด้กองหน้าจอมถล่มประตูชาวโปรเกตุ ติดตามข่าวบอล สถิติฟุตบอล ข่าวบอลต่างประเทศได้ที่นี่ sboasia88.com รวมเรื่องราวน่าสนใจ ตลอด 24 Hr

รำลึกถึงคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ในโอกาสครบรอบ 1 ปี

เลสเตอร์รำลึกครบรอบ1 ปีการสูญเสีย คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา

การที่ขุนพลจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่นำทีมโดยกุนซืออย่าง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สามารถบุกไปถล่มทีมนักบุญ เซาท์แฮมตัน แบบเละเทะสกอร์ศูนย์ 9-0 ประตู นอกจากจะเป็นการออกสตาร์ทในช่วงสิบเกมแรกของซีซั่นได้อย่างดี จนตอนนี้ทีมขึ้นไปอยู่สูงถึงอันดับสาม ของตารางคะแนน โดยมีแต้ม 23 แต้ม ตามหลังอันดับสองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงสองคะแนน และห่างจากจ่าฝูงลิเวอร์พูล 8 แต้ม

อย่างที่ทราบกันดีก้วยว่าในเดือนตุลาคม มันคือเดือนครบรอบหนึ่งปี การจากไปของชายผู้อยู่เบื้องหลังในการผลักดันนาวาสีน้ำเงินลำนี้ ให้ขยับสถานะของตนเองขึ้นมาเรื่อยๆ จากลีกรอง สู่ลีกสูงสุด สู่แชมป์ลีก และคงสถานะทีมระดับพรีเมียร์ ลีก มาได้จนถึงปัจจุบัน ใชแล้วครับ ตุลาคม คือเดือนครบรอบหนึ่งปีการจากไปของ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา (เจ้าสัววิชัย)

แฟนบอล จิ๊กจอกสยาม รำลึกเจ้าสัววิชัย

แฟนบอลจิ้งจอกสยามนับพันแห่ร่วมรำลึกวิชัย ศรีวัฒนประภา

ซึ่งในช่วงหลังจบสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสโมสรเลสเตอร์ และเมืองเลสเตอร์ ทั้งเมือง ต่างก็ตกอยู่ในอารมณ์ ของการร่วมรำลึกถึงบุคคลผู้ยิ่งใหญ่คนนี้กันโดยพร้อมหน้า โดยตัว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ก็ได้นำเหล่านักฟุตบอล , เจ้าหน้าที่ทีมงานสโมสรและกลุ่มแฟนบอล มางานรำลึกถึงคุณวิชัย อดีตประธานสโมสรผู้จากไป ที่ บริเวณอนุสรณ์สถานวิชัย ศรีวัฒนประภา

ซึ่งอนุสรณ์แห่งนี้นะครับ ได้ทำการเปิดขึ้นมาใหม่ ในวาระครบรอบหนึ่งปีที่ท่านลาโลกไปอย่างไม่มีวันกลับจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก และนอกจากมันได้พรากชีวิตประธานสโมสรไปแล้วนั้น ยังพรากลมหายใจของเจ้าหน้าที่สาวไทยอีกสองคนที่ติดตาม คุณวิชัย ไปด้วย คนหนึ่งคือ คุณกวีพร พรรณแพร และอีกหนึ่งคือ คุณนสรา สุขหน้าไม้ และยังมีลมหายใจของอีกสองนักบิน ที่ต้องเสียชีวิตไปด้วยก็คือ เอริค สวาฟเฟอร์ และ อิซาเบลล่า เลโชวิคส์

เปิดอนุสรณ์สถานครบวาระหนึ่งปีการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

โดยตัวอนุสรณ์สถานนั้น จะเป็นการออกแบบมาเพื่อรักษาสภาพของที่เกิดเหตุเอาไว้และสร้างเพื่อรำลึกเหตุการณ์ในคืนดังกล่าว เมื่อหนึ่งปีก่อน ในงานก็มีทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสโมสร นักเตะและเจ้าหน้าที่ทีมงานแฟนบอล รวมไปถึงครอบครัวของสองนักบินที่เสียชีวิต เดินทางมาร่วมงานและร่วมเปิดสถานที่แห่งนี้ ขณะที่คุณต็อบ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ลูกชายคอยดูแลการจัดงานมาจากประเทศไทย (คาดว่าคงติดภารกิจประกอบพิธีทางศาสนาให้คุณพ่อ)

รวมพิธีกรรมทุกความเชื่อ ณ จุดเกิดเหตุการณ์

มีการทำพิธีทางศาสนาพุทธ ที่สโมสรแห่งนี้ยึดถือมาตลอด นับตั้งแต่มีเจ้าของชาวไทยเข้ามาบริหารการทำงานของสโมสร จากนั้นก็มีการนำสวดภาวนาจากผู้แทนของศาสนาอื่นๆ มีทั้ง คริสต์ , อิสลาม , ฮินดู , ยูดาย และ ซิกข์ ทุกๆอย่าง ในการรวมความเชื่อจากหลายหลายศาสนาเกิดขึ้นในบริเวณอนุสรณ์ โดยที่จุดรำลึกเหตุการณ์ ถูกเนรมิตขึ้นใกล้จุดที่เครื่องบินตก โดยมีสิ่งของจากแบกเหรื่อที่มาร่วมงานความในใจเขียนด้วยมือ ที่ทยอยหลั่งใหลมา ได้ถูกจัดเก็บไว้อย่างดี

ด้านภายนอกอาคารก็มีกิจกรรมมากมาย ในระบบสื่อดิจิทัลซึ่งคาดว่าจะถูกติดตั้งจนเสร็จในสัปดาห์นี้ พร้อมให้ผู้ชมได้ซึมซาบทุกความในใจจากของที่ระลึกทุกชิ้น ข้อความทุกข้อความ เพื่อให้ผู้คนที่มา ได้รับรู้ว่าชาวเมืองเลสเตอร์ รัก เคารพและบูชาในตัว คุณวิชัย มากมายขนาดใหน

อนุสรณ์สถานคุณวิชัย

จากนั้นหลังพิธีการเสร็จสิ้นลง ได้มีการเปิดพื้นที่ให้แฟนบอลได้เข้ามาภายในและกล่าวคำรำลึกถึงท่านประธาน โดยคุณซูซาน วีแลน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า

“นี่เป็นวันที่ทุกคนได้เห็นความในใจของพวกเราที่มีต่อท่านวิชัย นอกจากจะเป็นจุดรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์แล้วนั้น ที่แห่งนี้จะเป็นเหมือนหมุดย้ำเตือนความทรงจำ ถึงสิ่งที่คุณวิชัย ได้อุทิศตัวอย่างทุ่มเท เพื่อสโมสรของพวกเรา ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ มันมหัศจรรย์มากๆ”

อนุสรณ์สร้างจากแรงบันดาลใจบ้านสวนคุณวิชัย ที่อังกฤษ

“อนุสรณ์แห่งนี้ จะเป็นเช่นเดียวกับพืชพรรณ ที่หมายความถึงความเติบโตงอกงามมันเป็นสิ่งที่เหมาะสมมากสำหรับการรำลึกถึงคุณวิชัย ส่วนหนึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสวนในบ้านของคุณวิชัย ที่อังกฤษ มีรูปปั้นสุนัขยืนข้างม้านั่ง หันหน้าเข้าสู่สนามและมีน้ำพุ สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย มีการตกแต่งต้นไม้เป็นรูปช้างสื่อถึงความรักประเทศไทยที่คุณวิชัย มีอย่างเต็มเปี่ยมเราหวังว่าท่านจะมองมาจากบนฟ้า และพอใจกับสิ่งที่พวกเราทุกคนตั้งใจทำให้ในวันนี้เราหวังว่าคุณวิชัย จะพอใจกับทีมงานนักเตะและโค้ชในตอนนี้ แฟนบอล และทุกคนที่มาร่วมให้งานนี้เกิดขึ้น”

“สุดท้ายนี้เราจะมั่นคงในการดำเนินงาน ทุกอย่างเพื่อเป็นเกียรติแก่คุณวิชัยและจะสนับสนุนคุณต็อบ ในการนำสโมสรสู่ความยิ่งใหญ่ ต่อไป”

แฟนบอลเลสเตอร์

คุณวิชัยสร้างทีมยังไงให้แฟนบอลเลสเตอร์ให้ใจ…

ความยิ่งใหญ่ของคุณวิชัย ที่ก่อร่างขึ้นในจิตใจชาวเมืองเลสเตอร์ นั้นไม่ใช่สิ่งจอมปลอม เพราะในช่วงที่ท่านยังมีลมหายใจอยู่นั้น ทุกคนต่างรู้ดีถึงความทุ่มเทและความรักที่เขาได้มอบให้กับสโมสรแห่งนี้มาโดยตลอด คุณวิชัย เป็นเจ้าของทีม ที่ไม่เหมือนใคร คนอื่นอาจจะบริหารทีมในแบบบริษัทธุรกิจแต่สำหรับคุณวิชัย เลสเตอร์ คือครอบครัวอย่างแท้จริง เขามองนักเตะทุกคนดุจลูกๆ และแฟนบอลคือพี่น้อง ทีมงานเหมือนญาติ

นั่นเพราะคุณวิชัย ได้มอบหัวใจของท่านให้กับสโมสรแห่งนี้ก่อนชาวเมืองและแฟนบอลเลสเตอร์ ซิตี้ จึงตอบแทนกลับมาด้วยหัวใจ เช่นกัน ท่ามกลางกระแสความรวดเร็วจากเทคโนโลยี ที่มากขึ้นทำให้ทุกวันนี้ ผู้คนส่วนมากต่างหลงลืมไปว่าความสำคัญที่สุดในชีวิต ไม่ใช่อะไรที่ฉาบฉวย แต่เป็นความจริงใจที่เราต้องนำมามอบให้ก่อน เพื่อรับกลับมา บางทีของขวัญรำลึกถึงคุณวิชัย ที่น่าจะเยี่ยมที่สุดน่าจะเป็นการที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สามารถพาทีมไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้อีกครั้ง

ซึ่งมันก็มีความน่าจะเป็น เมื่อมองไปที่คู่แข่งที่แย่งชิงอันดับสามถึงสี่ ต่างก็มีศักยภาพใกล้เคียงกันแถมบางทีมยังดูจะจูนไม่ติดและเป็นรอง เลสเตอร์ ซิตี้ ซะด้วยซ้ำไป ในแง่ของรูปแบบการเล่นที่ชัดเจนมากกว่า ฤดูกาลยังอีกไกล แต่คงไม่ผิดอะไรถ้าเราจะเอาใจช่วย เลสเตอร์ ซิตี้ นะครับ


แม้ว่าการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของ เลสเตอร์ ซิตี้ จะผ่านวาระครบรอบ 1 ปี มาแล้วแต่ด้วยเจ้าสัววิชัยดูแลทีมจากการให้ใจปกครองเหมือนครอบครัวแฟนบอลดุจญาติมิตร ทำให้มีแฟนบอลรักและร่วมรำลึกในงานนับพัน

อย่างไรก็ตามอันดับจิ๊กจอกสยาม ณ เวลานี้ยังรั้งอันดับ 3 ขับเคี้ยวกับอันดับ 4 คะแนนเท่ากันต่างที่ผลสกอร์ ผ่านมาครึ่งทางแล้วใครจะคว้าแชม์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาลนี้ ติดตาม ข่าวบอล ข่าวกีฬา ข่าวบอลต่างประเทศ ได้ที่นี่ : sboasia88.com

3 สถิติ พรีเมียร์ลีก

3สถิติพรีเมียร์ลีก ฟุตบอลอังกฤษไม่มีใครทำลายได้

หลังจากที่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การทำทีมของกุนซือนามเบรนแดน ร็อดเจอร์ส สร้างสรรค์ผลงานดีมีคุณภาพ ด้วยการไล่ถลุง “นักบุญ” เซาท์แธมตัน คาบ้านด้วยสกอร์ที่กลายเป็นสถิติใหม่ ของทีมเยือนที่เอาชนะไป 9-0 ประตู ซึ่งสถิติเดิมนั้นเป็นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เคยทำไว้ในเกมถล่ม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 8-1 ประตู เมื่อปี 1999

ตลอดช่วงเวลากว่าสามสิบปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ ดิวิชั่นหนึ่ง เปลี่ยนชื่อมาเป็น พรีเมียร์ ลีก มีสถิติเกิดขึ้นมากมายเต็มไปหมดครับ และเราเลยจะขอหยิบยกมาให้ได้รับรู้กันว่า มันมีอะไรที่เป็น 3 สถิติพรีเมียร์ลีก น่าสนใจบ้าง

3 สถิติพรีเมียร์ลีก คอบอลอังกฤษไม่ควรพลาด

เริ่มกันที่ สถิติถล่มประตูมากที่สุดตลอดกาล หากใครเป็นคอบอลพรีเมียร์ ลีก ก็น่าจะทราบกันดีว่า สถิติอันนี้ถูกครอบครองโดย กองหน้าดาวซัลโวที่เฉียบขาด เฉียบคม ในการล่าตาข่ายมากที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลอังกฤษ

อลัน เชียเรอร์ กองหน้ายิงประตูมากที่สุด

อลัน เชียเรอร์ เจ้าของสถิติ260 ประตู

นั่นก็คือ อลัน เชียเรอร์ ด้วยผลงาน 260 ประตู จากการลงเล่นให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เพียงสองสโมสร เขาได้รับการยกย่องอย่างสูงในเรื่องของการจบสกอร์ที่เฉียบคมยิ่งกว่าใบมีดโกน ทำให้ดาวยิงเจ้าของฉายา “ฮอตชอต” มีอัตราเฉลี่ยการยิงอยู่ที่ 0.59 ประตูต่อหนึ่งเกม อีกทั้งยังมีดีในเรื่องการเปิดป้อนให้เพื่อนเข้าไปยิงประตูที่มากถึง 64 แอสซิสต์ อีกต่างหาก

ซึ่งนับจนถึงตอนนี้ มีเพียงแค่อลัน เชียเรอร์ และ เวย์น รูนี่ แค่เพียงสองคนเท่านั้นเองครับ ที่ตะบันตาข่ายในพรีเมียร์ ลีก แตะหลักเลขสองร้อยประตู ในขณะที่คนที่ยังค้าแข้งอยู่ในพรีเมียร์ ลีก ตอนนี้ ที่ทำประตูได้ใกล้เคียงสถิติของเชียเรอร์มากที่สุด ก็เป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิงจากค่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไป 172 ประตูเท่านั้น ซึ่งมันยังห่างจากจำนวน 260 ประตูอีกมากพอสมควร และมันคงยากที่ กุน อเกวโร่ จะอาจหาญไปเทียบเคียง เพราะด้วยวัยที่มากขึ้นของเจ้าตัว คงไม่น่าจะยืนระยะได้อีกนานขนาดนั้น เพื่อยิงประตูถล่มทลายทุกซีซั่นต่อจากนี้ไป เห็นทีสถิติของ “บิ๊ก อัล” น่าจะยังคงกระพัน ไม่อาจหาคนมาโค่นได้อีกนาน

ไรอัน กิ๊กส์ แอสซิสต์มากที่สุดตลอดกาล

ไรอัน กิ๊กส์ นักเตะจอมแอสซิสต์ 162 ครั้ง

มาต่อกันที่ สถิติแอสซิสต์มากที่สุดตลอดกาล แน่นอนมีการยิงประตู มันก็ต้องมีการเปิดป้อนบอลให้เข้าไปยิง หรือแอสซิสต์นั่นเอง
โดยเจ้าของตำแหน่งนักเตะจอมแอสซิสต์มากที่สุดตลอดกาล ก็ไม่ใช่ใครที่ใหน เขาคือ ปีกพ่อมดชาวเวลส์ ไรอัน กิ๊กส์ อดีตตำนานนักฟุตบอลจากค่ายปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กิ๊กซี่ สวมเสื้อตราอสูรลงสนามในเกมพรีเมียร์ ลีก มากถึง 22 ฤดูกาล เป็นกำลังสำคัญของ เร้ดส์ เดวิลล์ ในการคว้าแชมป์มาครองได้ถึง 13 สมัย จากลีลาการกระชากลากเลื้อยตัวเองไปกับลูกฟุตบอล ทำให้เขาเปรียบเสมือน ฝันร้ายของบรรดาคู่แข่งที่ต้องตามประกบ แม้เขาจะทำประตูได้เพียงแค่ 109 ประตูในพรีเมียร์ ลีก แต่เขามียอดการแอสซิสต์ มากถึง 162 ครั้ง ด้วยกัน

ด้วยตัวเลขระดับนี้ ก็น่าคิดเช่นกันว่าจะมีใครมาโค่นทำลายลงได้ เพราะแม้แต่นักเตะที่ยังเล่นอยู่ในตอนนี้ ซึ่งมีตัวเลขการแอสซิสต์ใกล้เคียงมากที่สุด ยังทำได้แค่เพียง 87 แอสซิสต์ เท่านั้น ซึ่งคนๆนั้นก็คือ ดาบิด ซิลบา ที่คงจะบอกลาลีกอังกฤษในไม่นานนี้แล้วด้วยนั่นเอง

ปีเตอร์ เช็ค ผู้รักษาประตู คลีน ชีต ตลอดกาล

ปีเตอร์ เช็ค ผู้รักษาประตูสถิติ คลีน ชีต 202 นัด

เอาล่ะ ต่อมาเมื่อมีการยิง การส่ง ก็ต้องมาว่ากันต่อที่ การเก็บคลีน ชีต ของนายด่านผู้รักษาประตูกันบ้าง สถิติ คลีน ชีต มากที่สุดตลอดกาล โดยชายผู้ยืนตระหง่านรักษาตาข่ายให้ทีมโดยไม่เสียประตูมากที่สุด มีชื่อว่า ปีเตอร์ เช็ค (Petr Cech) ปฏิเสธไม่ได้ว่า เช็ค คือหนึ่งในสุดยอดผู้รักษาประตูคนหนึ่งของโลก ในยามที่เขาท้อปฟอร์มขึ้นมา ไม่ว่ากองหน้าระดับโลกคนใหนก็ไม่อาจส่งบอลผ่านมือเขาไปได้ง่ายๆ โดยเขาสามารถช่วยทีมให้ไม่เสียประตูได้มากถึง 202 นัด 202 คลีน ชีต ด้วยกันครับ เพื่อนๆลองคิดดูนะครับว่าการที่ผู้รักษาประตูคนหนึ่ง ไม่เสียประตูเลยเป็นจำนวน 202 เกม มันสุดยอดขนาดใหน

ปีเตอร์ เช็ค ย้ายมาร่วมทีมเชลซี เมื่อปี 2004 และก็สามารถยึดตำแหน่งมือหนึ่งมาจาก คาร์โล คูดิชินี่ ได้ทันที แถมยังโชว์ฟอร์มเทพเก็บ 24 คลีน ชีต จาก 38 เกมในฤดูกาลแรกที่รับใช้ทีมสิงโตน้ำเงินคราม ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นสถิติที่โคตรยากในการที่จพหาใครหน้าใหนมาทำลายลงได้ เพราะแม้แต่ ดาบิด เด เคอา ที่ยังเล่นอยู่ ก็ยังทำได้เพียง 102 คลีน ชีต เท่านั้นจนถึงตอนนี้

ความแข็งแกร่ง ความใจกล้า ปฎิกิริยาอันรวดเร็ว บวกเข้ากับการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม ทำให้ ปีเตอร์ เช็ค ก้าวขึ้นมายืนหนึ่งในเรื่องการเก็บคลีน ชีต มากสุดตลอดกาลจนถึงปัจจุบันนี้

อีกสถิติทีมคว้าแชมป์ฟรีเมียร์ ลีกมากที่สุด

อีกหนึ่งสถิติที่จะเอามาปิดท้ายในวันนี้ ก็คือการคว้าแชมป์ฟรีเมียร์ ลีก ติดต่อกันมากที่สุดที่จำนวนสามสมัยของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเคยทำเอาไว้สองครั้ง คือปี 1998-1999 จนถึง 2000-2001 และอีกครั้งคือ 2006-2007 จนถึง 2008-2009 ที่ต้องบอกว่าน่าสนใจก็เพราะมันยังไม่เคยมีทีมใหนทำได้มาก่อนนั่นเอง แต่ก็เข้าใจได้ว่าในตอนนั้นมันมีแค่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเดียวที่ผูกขาดเจ้าถ้วยใบนี้

แต่ในปัจจุบันนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสอันดีมากๆที่จะขยับไปทาบสถิตินั้นของเพื่อนบ้านสีแดง เพราะเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ลีก มาสองปีติดต่อกันแล้ว นับแต่ปี 2017-2018 และในซีซั่นก่อน

ซึ่งหากว่าปีนี้ลูกทีมของเป๊ป สามารถคว้าแชมป์มาครองได้อีก ก็จะเป็นการรันยาวต่อเนื่องติดต่อกันสามครั้ง ทว่าทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องไปถามใจลิเวอร์พูล เขาก่อนนะ ว่าจะยอมพลาดให้สักนัดได้บ้างหรือยัง เพราะจนถึงตอนนี้เล่นมา 11 เกม พวกเขาก็ยังไม่พลาดท่าพ่ายให้ทีมใดเลยเนี่ยสิ


ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก มีสถิติเกิดขึ้นมากมาย เจาะประเด็น 3สถิติ << หาคำตอบได้จากที่นี่

อดีตเด็กปืนคนไหนย้ายออกจากทีมแล้วรุ่งระเบิดฟอร์มโคตร << อ่านเพิ่มเติ่ม


เทคนิคแทงบอลพร้อม วิธีแทงบอล สำหรับมือใหม่ <<< เล่นได้เองไม่ยาก

DaniAlves SaoPaulo

ชีวิตบทใหม่ของ ดานี่ อัลเวส ก่อนแขวนสตั๊ด

สำหรับนักฟุตบอลสักหนึ่งคน จำนวนโทรฟี่มากมาย 40 ใบ กับตัวเลขอายุ 36 ปี มันคงเป็นเรื่องยอมรับและเข้าใจได้ หากว่าชายคนนั้นจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดอำลาวงการ แต่มันไม่ใช่กับชายชื่อ ดานี่ อัลเวส ที่ยังคงสร้างเส้นทางเดินบนถนนสายลูกหนังของเขาต่อไป แม้วัยจะมากขึ้นเพียงใด แต่ไฟในใจก็ดูเหมือนจะยังไม่หมดง่ายๆ

หลังสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติบราซิล คว้าแชมป์โกปา อเมริกา เมื่อช่วงกลางปี อัลเวส ในสถานะนักเตะไร้สังกัด ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อร่วมทีมสโมสรเซา เปาโล เป็นเรื่องจริงที่ในช่วงที่เขาหมดสัญญาผูกมัดกับสโมสรเปแอสเช ได้มีหลายทีมจากหลายลีกชั้นนำ ติดต่อเข้ามาเพื่อยื่นข้อเสนอสุดงามในการดึงตัวเขาไปร่วมทีม

ดานี่ อัลเวส ทีมชาติบราซิล

สโมสรไหนบ้างอยากได้ตัว ดานี่ อัลเวส

อาทิเช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่ประเทศอังกฤษ ที่คุมทีมโดยกุนซือชื่อเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และแม้กระทั่งบาร์เซโลน่า ทีมที่เขาร่วมคว้าแชมป์มามากมาย ก็ติดต่อเขามาเช่นกัน ทว่าที่สุดแล้ว อัลเวส เลือกจะเติมเต็มตามความฝันวัยเด็ก ด้วยการเซ็นสัญญาสามปี กับ เซา เปาโล และการมาของเขาก็ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆในโกเทีย อคาเดมี่ ไปในตัว

เป็นการกลับมาเล่นฟุตบอลอาชีพในลีกบ้านเกิดครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2002 ที่ตอนนั้นเขาตัดสินใจย้ายจาก บาเฮีย ไปร่วมทีม เซบีย่า เพื่ออนาคต และเป็นอนาคตระยะเวลา 17 ปี จากเซบีย่า ไป บาร์เซโลน่า,ยูเวนตุส และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แม้จะได้รับบาดเจ็บจนทำให้ต้องพลาดการไปเล่นฟุตบอลโลกที่รัสเซีย แต่เขาก็กลับมาได้ ในบทบาทผู้นำ ในการพาทัพแซมบ้าคว้าชัยในโกปา อเมริกา แถมยังซิวตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นท์มาครอง

ซึ่งหลังจากชนะทีมชาติเปรู ในรอบชิงชนะเลิศ อัลเวส ตกเป็นข่าวทันทีว่าบินไปคุยกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมทั้งเสนอโปรไฟล์ส่วนตัวให้กับทางบาร์เซโลน่า ต้นสังกัดเก่าที่เคยค้าแข้งด้วย

หลายสโมสรอยากได้ตัว ดานี่ อัลเวส

แม้มีหลายสโมสรต้องการแต่อัลเวสเลือกซบ..

ทว่า ไร อดีตตำนานนักเตะทีมชาติบราซิล ซึ่งดำรงตำแหน่งตัวแทนของสโมสรเซา เปาโล ก็ยังไม่ละความพยายามในการเกลี้ยกล่อมให้ อัลเวส กลับบ้านให้ได้ จนสามารถตกลงกันได้ในที่สุด

ในวันที่ ดานี่ อัลเวส เดินทางมาถึงสนามบินเมืองเซา เปาโล มีคลื่นมหาชนแฟนบอลมารอให้การต้อนรับเขามากมาย และในวันงานเปิดตัวเขาที่สนามของทีม น่าทึ่งที่มีแฟนบอล เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันนั้นมากถึงกว่า 45,000 คน พร้อมทั้งการมาปรากฏตัวเพื่อเป็นกำลังใจและอวยพร จากทั้ง ริคคาร์โด้ กาก้า และ หลุยส์ ฟาเบียโน่ ตำนานของประเทศ และยังมีคลิปส่งคำอวยพรมาจากทั้ง ลีโอเนล เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรส สองสตาร์จากบาร์ซ่า อีกด้วย

ทำไมอัลเวส ถึงเลือกซบสโมสรบ้านเกิด

อัลเวส ยอมรับว่า มีข้อเสนอมาจากหลายทีมจริงๆ แต่มันไม่มีอะไรทำให้เขาสนใจและตื่นเต้นได้มากกว่าการกลับมาบ้านและลงเล่นให้ทีมที่หลงใหล มาตั้งแต่เด็กอย่าง เซา เปาโล เลยสักนิด นอกเหนือจากนั้น อัลเวส ยังได้รับเกียรติให้สวมเสื้อเบอร์ 10 เพื่อเป็นเกียรติแก่ ไร อดีตตำนานของสโมสร และเพียงนัดแรก เขาก็ลั่นสกอร์ช่วยทีมกำชัยเหนือคู่แข่งได้ทันที

ผลงานของเซา เปาโล ดูกระชุ่มกระชวยหัวใจขึ้นมากนับตั้งแต่ที่ อัลเวส เข้ามาร่วมทีม เพราะด้วยประสบการณ์ที่ผ่านเวทีมาอย่างโชกโชน และความที่เจ้าตัวยังมีความกระหายในการลงเล่นฟุตบอลอยู่เสมอ ได้ส่งผ่านอิทธิพลแง่บวกให้กับเพื่อนร่วมทีม ให้มีความฮึกเหิมเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล

อัลเวส ยังสร้างแรงบันดาลใจให้อคาเดมี่

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะด้วยความเป็น ดานี่ อัลเวส ยังส่งผ่านอิทธิพลในด้านดีไปจนถึงเด็กๆในโกเอีย อคาเดมี่ ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะนักเตะวัยกระเตาะ ชื่อเสียงโด่งดังของสโมสรที่เคยส่งออกนักเตะดาวรุ่งออกสู่ทั่ววงการมามากมาย อาทิเช่น กาเซมิโร่ ของ เรอัล มาดริด เป็นต้น

DaniAlves-SaoPaulo

เป้าหมายในใจของ ดานี่ อัลเวส ไม่ใช่เพียงแค่การกลับมาทิ้งทวนเล่นฟุตบอลในบ้านเกิดเท่านั้น หากแต่ต้องการจะนำเอาประสบการณ์และกำลังใจมามอบให้กับเด็กๆทั้งในสโมสรและมีแผนว่าจะเดินสายไปทั่วประเทศ เพื่อจุดประกายการปั้นนักฟุตบอลสายเลือดใหม่ขึ้นมาประดับวงการไปในตัว

อัลเวสอยากทำอะไรก่อนแขวนสตั๊ด

ส่วนอีกหนึ่งอย่างที่ชายวัย 36 ปี อย่างเขาได้วาดหวังเอาไว้ ก่อนจะเลิกเล่นนั้น ดานี่ อัลเวส กล่าวว่า “เซา เปาโล ห่างเหินการเป็นแชมป์มานานมากแล้ว และผมอยากช่วยให้ทีมกลับไปสู่จุดนั้นอีกครั้ง นอกจากนั้นผมยังหวังว่าจะติดทีมชาติไปเล่นฟุตบอลโลก ที่ กาตาร์ ในปี 2022 ด้วย”

ถึงแม้จะดูเป็นฝันสุดท้ายอัลเลือนรางในการติดทีมชาติไปลุยบอลโลกในปี 2022 เพราะเมื่อถึงตอนนั้นจริงๆ อัลเวส จะมีอายุเกือบเข้าหลักสี่แล้วก็ตาม

แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากเขายังรักษาไฟในตัวให้โชติช่วงเอาไว้ได้แบบนี้ต่อไป และยังคงมีความหวังอยู่เสมอ เพราะความหวังและความฝันคือต้นทุนชีวิตที่เรามีกันทุกคนนั่นเอง และสำหรับ ดานี่ อัลเวส ดูเหมือนชีวิตเขาเพิ่งจะเริ่มต้นบทที่สองเท่านั้นเอง


เราก็ได้เห็นพร้อมกัน ดานี่ อัลเวสแม้วัย 36 ปี แต่จุดเริ่มต้นบทบาทใหม่ เหมือนการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของ อดีตนักเตะปืน ที่ไประเบิดฟอร์มเก่งกับเสือใต้ คือใคร <<อ่านต่อที่นี่

แจกฟรีสูตรเดิมพันพร้อมกับวิธีแทงบอลออนไลน์ เล่นง่ายๆ <<< อ่านไม่ยากได้ที่นี่

cover SergeGnabry

แซร์จ กนาบรี้ อดีตเด็กปืนส่วนเกิน…สู่ส่วนที่เติมเต็มเสือใต้

ในขณะที่ผลงานของสโมสร ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ยังคงมีทิศทางที่ไม่เป็นบวกสักเท่าไร จากการที่มักจะมีฟอร์มแกว่งยิ่งกว่าลูกตุ้ม สวิงขึ้นลงเอาแน่เอานอนไม่ได้ มันช่างสวนทางกับผลงานของอดีตนักเตะดาวรุ่งคนหนึ่งของสโมสร ที่ทีมไม่เห็นค่าและปล่อยตัวออกไปเมื่อปี 2016

แซร์จ กนาบรี้ (Serge Gnabry) คือชื่อของเด็กหนุ่มคนนั้น ผลงานในปัจจุบันนี้ของ กนาบรี้ ที่โดดเด่นทั้งในเสื้อสโมสรบาเยิร์น มิวนิค และในชุดทีมชาติ อินทรีเหล็ก เยอรมัน คือสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นความผิดพลาด ของอาร์เซน่อล ที่พลาดท่าปล่อยเพชรเม็ดที่แวววาวที่สุดหลุดมือไป ในทีมชาติเขาเพิ่งกระหน่ำประตูไปทั้งสิ้น 10 ลูก จากการลงเล่น 11 นัด ซึ่งเป็นการทำลายสถิติยิงขึ้นหลักสิบในจำนวนนัดที่น้อยกว่าของ มิโรสลาฟ โคลเซ่

ผลงานในทีมเสือใต้ ก็ยังเปล่งปลั่งเฉิดฉาย ด้วยฟอร์มการเล่นเอกอุหาตัวจับยาก ซึ่งเรื่องนี้ ท็อตแน่ม ฮอท สเปอร์ส น่าจะรู้ดี เพราะโดน กนาบรี้ สอยคนเดียวสี่ตุงในครึ่งเวลาหลัง ที่พบกันในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก

คำถามคือ อาร์เซน่อล ปล่อยตัวเขาออกไปได้ยังไง และ ทำไม?

Serge Gnabry

เรื่องนี้ในความเป็นจริงนั้น ไม่ใช่ว่าอาร์เซน่อล จะอยากปล่อยตัวเขาออกจากทีมหรอก หากแต่เป็นตัว แซร์จ กนาบรี้ เองนั่นแหละ ที่ตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินของตนเอง จากจุดเริ่มต้นที่ สตุ๊ทการ์ต ในปี 2011 กนาบรี้ ย้ายมาร่วมทีมไอ้ปืนใหญ่ โดยส่วนมากในปีแรก เขาใช้เวลาวนเวียนอยู่ระหว่าง ทีมเยาวชนและทีมสำรอง

แต่ตัวของ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ใช่ว่าจะปล่อยปละละเลยอะไร แถมหากดูให้ดีๆ เวนเกอร์ ใส่ใจในตัว กนาบรี้ และรู้ดีถึงศักยภาพในตัวเขาด้วยซ้ำ จากคำพูดที่กุนซือเมืองน้ำหอมกล่าวถึงตัวนักเตะว่า ผมมองว่าเขาเป็นความหวังสำหรับอนาคตของเรา ผมหวังกับตัวเขาไว้สูงมากนะ ถ้าเขาสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง โอกาสจะเป็นของเขาหน้าที่ของเขาก็คือต้องขยันซ้อมให้มาก และรักษาสภาพร่างกายให้ดี

จุดเริ่มต้นเส้นทางลูกหนัง แซร์จ กนาบรี้

ในระดับเยาวชนนั้น กนาบรี้ สอบผ่านในแบบที่เรียกว่าโดดเด่นมากๆ จนทำให้มีโอกาสได้ลงเจิมพรีเมียร์ ลีก นัดแรก ในปี 2013 และประตูแรกก็ตามมาในเกมนัดที่สอง ซึ่งทีมพบกับสโมสรสวอนซี หลังจากนั้นเขาได้ลงเล่นอีก 11 เกม และดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไปได้สวย จนกระทั่งฝันร้ายมาเยือน นั่นคืออาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าฉีกอย่างหนัก สรุปคือต้องพักยาวเกือบๆปี

จุดเปลี่ยนหลังเจ็บอาการเจ็บของกนาบรี้

พอหากลับมา มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพาตัวกลับเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ของอาร์เซน่อล นั่นเพราะในช่วงเวลานั้น ทีมมีนักเตะในตำแหน่งกราบหลายคนมากๆ ไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน , ธีโอ วัลค็อตต์ , ลูคัส โพโดลสกี้ และ อเล็กซิส ซานเซส ทำให้ เวนเกอร์ เลือกทางออกที่ดีดีที่สุดให้กับเขา ด้วยการปล่อยตัวให้เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ยืมตัวไปเก็บเลเวล

กนาบรี้ตกตํ่าไปกว่าเดิมเมื่อถูกยืมตัว

แต่มันกลายเป็นฝันร้ายซ้ำสอง เพราะ กนาบรี้ ไม่ได้รับโอกาสมากนักที่ เดอะ ฮอว์ธอร์น เพราะโทนี่ พูลิส กุนซือของทีม มองว่าตัวเขาไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะเล่นในเกมระดับสูงได้ เป็นเหตุให้อาร์เซน่อลเรียกตัวเขากลับในช่วงกลางซีซั่น

โดยคำพูดของ โทนี่ พูลิส บอกว่า “เขามาเพื่อลงเล่น แต่ระดับบอลของเขาไม่ได้เหมาะสมกับลีกเลย เขามาจากทีมเยาวชน ซึ่งตัวนักเตะไม่ได้มีชั้นมากพอที่จะเล่นพรีเมียร์ ลีก ได้เลยในตอนนี้ ในฐานะผู้จัดการทีม ผมไม่มีทางดร็อปนักเตะเพียงเพราะไม่ชอบหน้าหรอกนะ เพราะผมก็ต้องเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุด เพื่อให้ทีมได้ประโยชน์สูงสุดอยู่แล้ว”

กนาบรี้ไม่ยอมแพ้โชคชะตาก่อนกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง

ซัมเมอร์ หลังจบซีซั่นนั้น แม้จะไม่ได้ลงเล่นในระดับสโมสรมากนัก แต่ กนาบรี้ ก็ยังติดทีมชาติเยอรมัน ชุดลุยศึกโอลิมปิก เกมส์ 2016 และเขาก็สร้างผลงานได้ดี ด้วยการยิงไปหกประตู จนเป็นดาวยิงสูงสุดประจำทัวร์นาเม้นท์

แซร์จ กนาบรี้ บาเยิร์น มิวนิค

อาร์เซน่อลพยายามขอต่อสัญญากนาบรี้แต่…

จากนั้น อาร์เซน่อล ก็พยายามที่จะขยายสัญญากับเขา แต่ตัว แซร์จ กนาบรี้ เองก็ครุ่นคิดเช่นกันว่า ควรจะสู้ต่อดีมั้ย เพราะในวัยของเขาตอนนั้น ถ้าเลือกผิด ก็แทบจะเป็นการปิดประตูสู่การเป็นนักเตะที่ดีในอนาคตได้เลย สุดท้ายแล้วเขาจึงตัดสินใจว่า กลับไปตั้งหลักใหม่ที่เยอรมัน บ้านเกิดดีกว่า และกลายเป็นแวเดอร์ เบรเมน ที่เป็นสถานีปลายทาง

การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของกนาบรี้

โดย กนาบรี้ กล่าวว่า “มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วครับ เพราะแม้อาร์เซน่อล จะต้องการรั้งผมไว้ แต่ผมก็ต้องคิดถึงการลงเล่นเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นด้วย” การกลับบ้าน เหมือนการกลับชาติมาเกิดใหม่ของเขา เพราะเขากลายเป็นนักเตะที่มีผลงานดีขึ้นชัดเจน ยิงประตูและได้ลงเล่นต่อเนื่องอย่างที่เขาต้องการ จนส่งให้มีชื่อติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ไปด้วย

กนาบรี้ย้ายซบเสือใต้ได้อย่างไร

เมื่อทุกอย่างเป็นเช่นนั้น เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ก็ไม่รีรอที่จะโดดเข้ามาในฉาก และจัดการคว้าตัวเด็กหนุ่มคนนี้ไปร่วมทีม “แปดล้านยูโร” เท่านั้นที่เสือใต้จ่ายเป็นค่าตัวให้ กนาบรี้ ก่อนจะปล่อยให้เก็บเลเวลกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ไปก่อนหนึ่งปี และ กนาบรี้ ก็ยอดเยี่ยมต่อเนื่องด้วยการพาสโมสรฮอฟเฟ่นไฮม์ ตีตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

Gnabry-Bayern

ความสำเร็จของกนาบรี้ที่ บาเยิร์น มิวนิค

พอถึงซีซั่นที่แล้ว แซร์จ กนาบรี้ ได้รับโอกาสเล่นให้บาเยิร์น มิวนิค เป็นฤดูกาลแรก เขาก็โดดเด่นจนคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีมาครอง ต่อยอดมาถึงปัจจุบันนี้ ที่ตัวเขายังร้อนแรงต่อเนื่อง และกลายเป็นกำลังหลักของเสือใต้ ที่ได้ลงเล่นทุกสัปดาห์

แฟนอาร์เซน่อล อาจแสดงอาการเสียดายในตัวดาวเตะรายนี้ แต่บางทีก็น่าคิดเหมือนกันครับว่า หาก กนาบรี้ เลือกจะสู้ต่อกับอาร์เซน่อลเขาจะถูกกลืนหายจนไม่อาจแจ้งเกิดก็ได้

เพราะชีวิตคนเรานั้น มันมีที่ๆเหมาะสมกับตัวเราเองเสมอครับ แต่ขึ้นอยู่กับว่า เราจะหามันเจอหรือไม่เท่านั้นเอง ส่วนสำหรับ แซร์จ กนาบรี้ นั้น เขาโชคดีที่ตัดสินใจถูกในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จนสุดท้ายก็ได้เจอกับสถานที่ๆเหมาะสมนั่นเอง


และนี่คือเส้นทางของ เซิร์จ นาบรี้ กับการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ จากนักเตะที่โดนเทจนกลายเป็นนักเตะยอดเยี่ยมได้สำเร็จ ติดตามข่าวบอล ข่าวฟุตบอลในลีกต่างๆ  << อ่านเพิ่มเติมที่นี่

ยังมีข่าวกีฬา เกมดวลควันศึกแดงเดือด ได้ที่นี่ ถ้ายังมีข้อสงสัยหรืออยากสมัครสมาชิกฟรี  << ได้ตลอด 24Hr