Jesse_Lingard-Down

เจสซี่ ลินการ์ด ในอีกหนึ่งบทบาทเรื่องเศร้าหลายคนไม่รู้

เรื่องเศร้าของ เจสซี่ ลินการ์ด ผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา น่าจะถือเป็นช่วงที่ เจสซี่ ลินการ์ด ดาวเตะลูกหม้อของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่อยากเปลืองหน่วยความจำสมองจดจำมันมากที่สุด ในแง่ของผลงานในสนาม ฟอร์มการเล่นของเขามันช่างไม่เอาใหน ไม่เข้าท่าเข้าที แม้จะได้รับการเข็นลงสนามมากเพียงใด ก็ไม่อาจจะรังสรรค์ผลงานดีๆ ให้ออกมาถูกใจแฟนบอลได้

lingard

ด้วยบทบาทมิดฟิลด์ตัวรุก ที่ต้องคอยสร้างสรรค์เกม คอยขับเคลื่อนเกม แต่กลับไม่มีการทำประตู ไม่มีการแอสซิสต์ ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจับต้องได้เลย เป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกันมันคงน่าทดท้อนะครับ ถ้าใครต้องไปเป็นตัวเขา นอกจากเรื่องในสนามที่ไม่เอาใหนจนโดนแฟนบอลทั้งของทีมตนเองและทีมอื่นก่นด่า นำมาล้อเลียนแล้วนั้น

เจสซี่ ลินการ์ดในอีกมุมเศร้าที่แฟนบอลไม่เคยรู้

เรื่องนอกสนามก็เหมือนตัวเสริมให้เขาต้องทุกข์ใจจากเรื่องแบรนด์เสื้อผ้าที่เขาทำ หวังให้เป็นอาชีพเสริมมาหาเลี้ยงคนในครอบครัว แต่ผลลัพธ์กลับออกมาขาดทุนยับเจ๊งไม่เป็นท่าพอมาเสริมเข้ากับพฤติกรรมที่ชอบโพสต์เรื่องราวงี่เง่าไร้สาระ ไร้แก่นสาร เหมือนเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มันยิ่งทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับเสียงด่าทอหนักเข้าไปอีกในทุกๆวันที่ลืมตาตื่นขึ้นมา

แต่บางทีคุณอาจเปลี่ยนความคิดที่เคยสมเพชเขา หัวเราะเขา ล้อเลียนเขา ไปก็ได้ ถ้าคุณได้รับรู้ความจริงอีกด้านของชีวิตเขา เป็นความจริงอันแสนเคร่งเครียดและน่าเห็นใจ ที่ตัว เจสซี่ ลินการ์ด เปิดเผยออกมาเมื่อไม่นานนี้

Jesse_Lingard

เจสซี่ ลินการ์ด มีสถานะในครอบครัวด้วยการเป็นพี่ชายคนโตของน้องสองคน น้องชายชื่อแจสเปอร์ วัย 14 ปี และ เดซี่-บู น้องสาววัย 11 ปี โดยปัญหาทุกอย่างเริ่มขึ้นที่ เคิร์สตี้ ลินการ์ด ตาคุณแม่ของเขา เกิดปัญหาอาการเจ็บป่วยที่เป็นได้ทั้งทางกายและทางใจอย่างรุนแรง และเป็นมานานแล้ว ทำให้ไม่อาจดูแลลูกๆได้เต็มที่ ภาระหน้าที่ตรงนั้นจึงตกมาสู่ เจสซี่ ลินการ์ด ที่เป็นพี่ชายคนโต เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครับ

เขาตัดสินใจพาน้องสองคนมาดูแลรับผิดชอบ อยู่ในบ้านหลังเดียวกับเขา และทำการจ้างคุณครูมาสอนหนังสือที่บ้าน ซึ่งในขณะเดียวกัน เจสซี่ ลินการ์ด ก็มีลูกสาวของตนเองวัยเพียงขวบเดียว ให้ดูแลด้วย อย่าคิดว่ามันง่ายนะครับ กับการเลี้ยงลูก ดูแลเด็ก อย่าว่าแต่หลายคนเลย แค่เด็กเพียงคนเดียวก็ทำให้พลังงานในตัวคุณร่อยหรอแทบไม่เหลือแล้ว

แต่นี่ เจสซี่ ลินการ์ด ต้องดูแลถึงสามคน อีกทั้งต้องอย่าลืมว่าเขาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ต้องออกไปซ้อมบอล บางทีก็เดินทางไกลไปเตะเกมเยือนในเมืองอื่น ประเทศอื่น ยิ่งทำให้เขาเกิดความกังวลและดูแลครอบครัวที่กำลังเผชิญปัญหาได้ไม่เต็มที่นอกเหนือจากแม่ป่วย จนต้องแบ่งหน้าที่ชีวิตมาคอยดูแลน้องสองคนกับลูกสาววัยขวบเดียวของตนเอง

ลินการ์ด ต้องผ่านมรสุมร้ายอะไรมาบ้าง

หากย้อนกลับไปหนึ่งปีก่อนหน้านี้ เจนซี่ ลินการ์ด ก็เพิ่งจะเผชิญกับมรสุมร้ายอย่างการต้องรับรู้ว่า คุณตาของเขาเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และคุณยายที่ป่วยติดเชื้อร้ายแรงจนต้องตัดขาทิ้งไปข้างเพื่อรักษาชีวิตจากที่เคยเป็นนักฟุตบอลที่อุดมไปด้วยคราบรอยยิ้มบนใบหน้า หลายสิ่งหลายอย่างจึงเปลี่ยนไปจากที่เคยมีความสุข กลับต้องมาหดหู่ เป็นกังวลจากสารพันปัญหาที่ถมทับเข้ามาสองบ่าของเขาต้องแบกครอบครัวเอาไว้เพียงลำพังโดยน้อยคนนักจะรับรู้

“มันเหมือนกับทุกคนบอกผมว่า เอาไป เจสซี่ ปัญหาพวกนี้ แกเอาไปจัดการซะ”

คุณแม่ของเขาที่ป่วยด้วยโรคอะไรสักอย่างที่ไม่สามารถถูกเปิดเผยตามข่าวได้ตามจรรยาบรรณสื่อ ก็ไม่เคยได้รับการรักษาอย่างแท้จริงอะไร นอกจากประวิงเวลาไปวันๆ แต่ตอนนี้ได้รับการช่วยเหลือในเบื้องต้นดีขึ้นแล้ว

แต่มันก็เป็นเรื่องยากอยู่ดี ที่ต้องเห็นคนที่เรารักเจ็บปวดทรมาน แต่ก็ยังต้องฝืนความรู้สึกมาทำงานทำหน้าที่ในทุกๆวัน แสร้งยิ้ม แสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “จริงๆพ่อกับพี่ชายก็ให้กำลังใจผมดี แต่กับบางเรื่องที่พูดไม่ได้ มันก็ทำให้ใจผมแตกสลาย”

ปัญหาในทีมเจสซี่ยังมีโซลชาคอยช่วยเหลือ

ปัญหาต่อยอดมายังผลงานในการเล่น ที่เขาเองก็รับรู้ดีว่าเขาทำได้ไม่ดีอย่างที่ทุกคนพูดกันจริงๆ และมันก็เป็นแรงกดดันทุกวัน ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องคอยกระตุ้น กระแทกกระทั้นด้วยคำพูดปลุกใจ เพื่อหวังให้ เจสซี่ ลินการ์ด กลับมาทำผลงานให้ดีขึ้นจนสุดท้าย เขาจึงเดินไปเคาะห้องทำงานของ โซลชา เพื่อเปิดอกเล่าปัญหาในชีวิตของตนเองให้ผู้ใหญ่ฟัง

Jesse_Lingard-Down

บางครั้งการได้ระบายสิ่งต่างที่อัดแน่นค้างคาในใจออกมาบ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราควรทำ และหลังจากที่ เจสซี่ ลินการ์ด ตัดสินใจเล่าความทุกข์ใจให้ โซลชา ฟัง ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้นมาบ้าง มันเหมือนการได้ยกภูเขาลูกโตออกไปจากอก มันทำให้เขารู้สึกว่าไม่ต้องแบกโลกทั้งใบไว้เพียงคนเดียวอีกต่อไป อาจจะยังเหนื่อยภายนอกเหมือนเดิม แต่ความเหนื่อยในหัวใจนั้นย่อมลดลง

“ตอนที่ผมก้าวเข้าไปหาผู้จัดการทีม เขาบอกผมว่า ไม่เป็นไรหรอก ทุกอย่างจะคลี่คลายเมื่อถึงเวลาแค่ลงไปเล่นพร้อมรอยยิ้มและสนุกไปกับมัน เขารู้ว่าผมเป็นคนแบบให้ และคำพูดของเขามันทำให้ผมรู้สึกมั่นใจมากขึ้น”

ในโลกเราทุกวันนี้ บางครั้งเราไม่อาจรู้หรอกครับว่าคนที่ฉากหน้าอาบเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้น เบื้องหลังต่างๆอาจประกอบไปด้วยความหดหู่ ปัญหา และความทุกข์ใจแสนสาหัสที่เขาต้องแบกรับมันเอาไว้เพียงคนเดียว

ทุกวันนี้เราสามารถจะด่าทอใครก็ได้ตามแต่ใจและอารมณ์ของเรา โดยที่เราไม่เคยสำนึกรู้เลยว่าต่างคน ต่างก็มีปัญหาเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจนแค่ใหนก็ตามเราด่าแล้วก็ไม่เคยรับผิดชอบอะไร เพราะด่าแล้วก็ด่าไป ไม่สนว่าคนที่ถูกประณามจะต้องใช้ชีวิตหลังคำด่าของเราอย่างไรถึงเวลาแล้วหรือยังครับ ที่เราจะต้องไม่โยนอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเอง ไปลงที่ชีวิตคนอื่น ถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องคิดก่อนพูด คิดก่อนพิมพ์ รับผิดชอบทุกถ้อยคำที่หลุดมาจากการกระทำของเรา

เจสซี่ ลินการ์ด เพิ่งอายุครบ 27 ปี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมาและเราขอเป็นกำลังใจให้เขาฝ่าฟันมรสุมอุปสรรคปัญหาต่างๆในชีวิตไปให้ได้เหมือนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา บอกกับเขานั่นแหละครับ “แล้วทุกอย่างจะคลี่คลายไปเอง”

ติดตามข่าวบอล สดใหม่อัพเดททุกวันได้ที่เว็บsboasia88 เว็บ ibcbet ที่รวบรวมข้อมูล ข่าวฟุตบอลวงใน มาใหม่อัปเดตทุกวัน ได้ที่นี่