ทางเลือกใหม่ของ แมนฯ ซิตี้

ทางเลือกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้เพื่อให้ได้แชมป์

ทางเลือกเดียวของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะคว้าแชมป์ ในฤดูกาลนี้ คือ อย่าจับปลาสองมือ ควรหยุกตาม ลิเวอร์พูลแล้วมาโพกัสรายการ ที่มีลุ้นแชมป์ดีกว่า ไม่ได้อะไรเลย ผู้เฒ่าผู้แก่ มักจะสั่งสอนลูกหลานเสมอด้วยคำว่า “อย่าจับปลาสองมือ” ซึ่งความหมายตรงตัวของคำกล่าวนั้นก็คือการทำงานหรือทำอะไรก็แล้วแต่ อย่าโลภมากหวังแต่จะได้ อันนั้นก็จะเอา อันนี้ก็อยากได้ เพราะผลลัพธ์ในท้ายที่สุดนั้น เราอาจจะไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่างเดียว

เฉกเช่นเดียวกันกับสถานการณ์ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวลานี้ที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนของทีมอาจเดินทางมาถึงทางแยกที่ต้องตัดสินใจว่าจะนำพานาวาสีฟ้าลำนี้หันหัวไปทิศทางใด อย่างที่ทราบกันดีว่าผลงานความเป็นไปของทีมเรือใบสีฟ้า ในศึกพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้นั้นถือว่าเข้าขั้นหมดหวัง ด้วยแต้มที่ตามหลังจ่าฝูงลิเวอร์พูล มากถึง 14 คะแนน อีกทั้งยังลงทำการแข่งขันมากกว่าหงส์แดงไปแล้วหนึ่งเกมอีกด้วย จริงๆแล้วอย่าว่าแต่มองไปที่ปีกหงส์แดงเลย เพราะอันดับในตารางตอนนี้ทีมของ เป๊ป เองยังตามหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่หนึ่งแต้มด้วยซ้ำไป

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ฤดูกาลนี้มีโอกาสมาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ไหม?

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

โอเคครับว่าในโลกแห่งทฤษฏีนั้น มันยังมีความเป็นไปได้แน่นอนที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะกลับมาเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ได้ เพราะโปรแกรมที่เหลืออีก 18 นัดนั้นเท่ากับว่ายังมีแต้มอีกมากถึง 54 แต้มให้ได้ไขว่คว้า

หากแต่ถ้าลองมองในทางปฏิบัติแล้วนั้น มันจะมีความเป็นไปได้มากแค่ใหนกัน ที่ผู้นำอย่างลิเวอร์พูล จะพลาดท่าปราชัยห้าเกมเป็นอย่างน้อยที่สุด โดยที่ต้องไม่ลืมว่าเงื่อนไขมากกว่านั้นคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องไม่พลาดคว้าชัย ในวันที่หงส์แดงสะดุดด้วย ซึ่งคำตอบของความเป็นไปได้มันเป็นเรื่องที่เราๆทราบกันดีว่ายาก ไม่ต่างอะไรกับการขอร้องให้นักการเมืองเลิกกินสินบน

แถมดูเหมือนอะไร อะไร สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในฤดูกาลนี้ก็ไม่ค่อยจะราบรื่นเป็นใจแก่ตัวเขาเท่าไร ไล่มาตั้งแต่ปัญหาอาการบาดเจ็บของเซนเตอร์แบ็คตัวสำคัญอย่าง อายเมริค ลาป็อร์กต์ รวมไปถึง จอห์น สโตนส์ ที่ทำให้แนวรับของทีมไม่แข็งแกร่ง เป็นเหตุให้ทีมเรือใบสีฟ้า พุ่งชนหายนะอยู่บ่อยครั้ง

ปัญหาหลายอย่างไม่เข้าข้างเป๊ปในฤดูกาลนี้

อย่างต่อมาก็คือเรื่องของความกระหายของนักเตะบางคน ที่ดูเหมือนจะอิ่มความสำเร็จ จนรู้สึกชาชินกับการชิงชัยในเกียรติยศที่เคยคว้ามาครองได้ ยิ่งหากเอาไปเปรียบกับผู้เล่นของ ลิเวอร์พูล ที่เป็นรองแชมป์เมื่อซีซั่นที่แล้ว จะเห็นความแตกต่างชัดเจน ในเรื่องของแพสชั่น ที่ฝ่ายหงส์แดง ดูจะมีมากกว่า และไม่ใช่แค่เพียงนักเตะบางคนเท่านั้น ที่ถูกมองว่าอิ่มความสำเร็จ เพราะแม้แต่ตัวกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เองก็หนีไม่พ้นข้อกล่าวหานี้เช่นกัน

ตลอดเส้นทางการเป็นผู้จัดการทีมของกุนซือชาวคาตาลัน เราทราบกันดีว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นคนที่กวาดถ้วยรางวัลมาครองได้แทบทุกอย่างแล้วเท่าที่มีในวงการฟุตบอลจาก บาร์เซโลน่า สู่ บาเยิร์น มิวนิค และมาที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกของแต่ละประเทศมาครองได้หมด และที่มากกว่าถ้วยรางวัล ก็คือปรัชญาฟุตบอล ที่เขาถ่ายทอดให้ผู้เล่นในทีม นำไปใช้บนสนาม จนกลายเป็นสไตล์ฟุตบอลเฉพาะของเขาไป นั่นก็คือฟุตบอลเกมรุก ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความงดงาม

จนถึงตอนนี้ นับเป็นเวลา 11 ปีแล้วครับ ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำหน้าที่ผู้กำกับฟุตบอลริมสนาม และมันเป็น 11 ปี ที่ฟุตบอลอันสวยงามของเขาทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องทั้งในแง่ถ้วยรางวัลส่วนทีมและกล่องรางวัลส่วนบุคคล แต่ตอนนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังถูกตั้งคำถามว่าฟุตบอลของเขามันมีเพียงหน้าเดียวจนคู่แข่งเริ่มจับทางได้แล้วใช่หรือไม่?

หากสังเกตุให้ดีๆ ฟุตบอลในยุคปัจจุบัน ทีมเล็กมักใช้สไตล์การเล่นแบบฉาบฉวยสู้กับทีมใหญ่และมันเริ่มมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในทุกวัน ทุกวัน ฟุตบอลแบบ Possession แบบที่เคยเป็นสูตรสำเร็จของ เป๊ป เริ่มโดนท้าทายในทุกครั้งที่เวลาเดินไปเรื่อยๆ และมันกลายเป็นความกดดันซะเอง ยามเมื่อทีมของเป๊ปครองบอลทำเกมบุกแต่ไม่อาจทำประตูได้ จนมีข่าวอยู่บ้างประปรายแล้วว่าบางทีนี่อาจเป็นซีซั่นสุดท้ายของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการเป็นไต้ก๋งกุมหางเสือเรือใบสีฟ้าลำนี้

เป๊ปขาดผู้ช่วยมือดีอย่าง มิเกล อาร์เตต้า

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มิเกล อาร์เตต้า

ปัญหาอย่างต่อมาคือการเสียผู้ช่วยรู้ใจอย่าง มิเกล อาร์เตต้า ออกจากทีมไป อย่างที่ทราบว่า มิเกล อาร์เตต้า เลือกเดินตามความฝัน ด้วยการรับงานเป็นกุนซืออย่างเต็มตัวเองครั้งแรก กับสโมสรอาร์เซน่อล

บางคนบอกว่าก็แค่มือขวาคนหนึ่ง ไม่น่าจะส่งผลอะไรกับ เป๊ป ขนาดนั้น ใช่ครับ อาร์เตต้า เป็นแค่ผู้ช่วย แต่ที่ผ่านมานั้นมีการเปิดเผยกันว่า ที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำงานของตนเองได้อย่างสบายๆนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการประสานเชื่อมนักเตะกับสตาฟฟ์ โดยผ่าน มิเกล อาร์เตต้า แทบทั้งหมด

ด้วยความที่กิตติศัพท์ของ เป๊ป นั้นขึ้นชื่อลือชาเรื่องความหัวแข็ง ที่ไม่ค่อยชอบการประนีประนอมกับนักฟุตบอลในทีม นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ มิเกล อาร์เตต้า มีความสำคัญกับ เป๊ป อย่างมากเพราะจะเป็นคอยถ่ายทอดสารจากกุนซืออย่าง เป๊ป ไปที่ลูกทีมอีกทอดหนึ่ง

อาร์เตต้า แม้จะมีอายุเพียง 37 ปี แต่ถือว่าเป็นคนที่เจนจบในศาสตร์ฟุตบอลอย่างมาก จากประสบการณ์ที่เคยผ่านมาทั้ง ลา มาเซีย ของ บาร์เซโลน่า และมาโด่งดังในฐานะนักเตะ กับลีกอังกฤษที่ชอบเล่นฟุตบอลสไตล์ไดเรคต์ แถมช่วงสุดท้ายของอาชีพค้าแข้งยังเคยได้เรียนรู้วิชาลูกหนังมาจากยอดคนอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ อีกด้วย

กุนซืออาร์เซน่อล คนปัจจุบัน ก้าวมาเป็นผู้ช่วยของ เป๊ป เมื่อซีซั่นที่แล้ว และผลงานก็อย่างที่เห็นนั่นก็คือ สามแชมป์ภายในประเทศนั่นเอง ในวันที่ มิเกล อาร์เตต้า เก็บเสื้อผ้าย้ายไปเป็นใหญ่ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เป๊ป ก็มีอาการเสียดายอย่างมาก แต่ก็อวยพรให้โชคดีตามวิถีมืออาชีพ

ทำไมถึงอยากเตือนกวาร์ดิโอล่าเหยียบเรือสองแคม?

ทีนี้กลับมาที่หัวข้อของคลิปว่าเพราะอะไร ทำไมสถานการณ์ตอนนี้ของ เป๊ป ไม่ต่างอะไรกับการจับปลาสองมือ หรือ เหยียบเรือสองแคม?

ก่อนจะตอบคำถามนี้ เพื่อนๆลองนึกดูหน่อยครับว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ชูถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งสุดท้ายเมื่อปีอะไร? คำตอบคือปี 2011 หรือก็คือเก้าปีที่แล้ว กับบาร์เซโลน่า นั่นเองครับ

เป๊ป ถูกค่อนขอดในเรื่องฝีมืออยู่เสมอว่าที่ดีได้เพราะบารมีของผู้เล่นที่เก่งกาจอย่าง ลีโอเนล เมสซี่ จนสามารถพาให้เขาก้าวไปชูถ้วยสีเงินยวงใบนี้ได้

UEFA Champions League

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือสิ่งที่ค้างอยู่ในใจเขามาตลอดนับตั้งแต่ออกจากบาร์ซ่า มารับงานกับ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่เขาก็ไม่อาจเสกถ้วยแชมป์ยุโรปให้ทีมยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์ได้สำเร็จ เช่นกันกับในส่วนของการคุมทีมเรือใบสีฟ้า ที่เขาก็ยังไม่อาจก้าวไปถึงฝั่งฝันในถ้วยยุโรปได้ ซึ่งบางทีมันอาจถึงเวลาแล้ว ที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะหยิบสมุดบันทึกและจับปากกามาเขียนเรียงลำดับ ความสำคัญของฟุตบอลแต่ละรายการในซีซํ่นนี้ซะใหม่

เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก มาครองได้แล้วถึงสองสมัยติดต่อกันเอฟเอ คัพ เขาก็ได้มาแล้ว ถ้วยลีก คัพ หรือแม้แต่คอมมูนิตี้ ชิลด์ เขาก็กวาดเข้าตู้โชว์ที่สโมสรสีฟ้ามาหมดแล้ว

ล่าสุดหลังผ่านปีใหม่มา เป๊ป เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์นะครับว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องถูกจัดให้เป็นยอดทีมเบอร์หนึ่งของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษในรอบทศวรรษที่ 2010 ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปแล้ว โดยเขาคุยโวว่าเรือใบสีฟ้า เป็นทีมที่ดีที่สุดในแง่ของการเก็บแต้ม, ยิงประตู, ทุกสิ่งทุกอย่าง, จำนวนแชมป์ก็เช่นกัน ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องยินดีกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในสิ่งนี้

เอาเข้าจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกครับ ที่เป๊ป จะคิดออกมาเช่นนั้น เพราะผลงานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นเป็นรูปเป็นร่างมาจนถึงวันนี้ได้ ก็มีจุดเริ่มต้น มาจากในช่วงสิบปีหลังนี่เอง แต่สิ่งเดียวที่เป็นรอยด่างพร้อยของสโมสรแห่งนี้ ที่ทำให้พวกเขายังไม่อาจเคลมตัวเองว่าเป็นสุดยอดทีมได้ ก็คือการไร้เกียรติประวัติในการเถลิงบัลลังก์แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อถูกเรียกว่าเป็นคิง ออฟ ยุโรป นี่แหละครับ

เป็นแชมป์เพียงรายการเดียวที่ ซิตี้ ยังไม่อาจเอื่มมือไปคว้ามาครองได้และทำให้พวกเขาไม่อาจพูดได้เต็มปากว่ามีประวัติสาสตร์ยิ่งใหญ่เหมือนอย่าง เพื่อนร่วมเมืองสีแดงและ ลิเวอร์พูล รวมไปถึง เชลซี ที่ต่างก็เคยคว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้แล้ว


สุดท้ายนี้ก็อย่างที่บอกไป ว่าหากเป๊ป จะเคลมว่าทีมของตนนั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสิบปีหลังมานี้ บางทีเขาควรเลิกเหยียบเรือสองแคม เลิกจับปลาสองมือ แล้วหันมาตั้งใจกับรายการที่ยังพอมีความเป็นไปได้มากกว่าอย่างการพาทีมเรือใบสีฟ้า คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยปล่อยเกมลีกให้เป็นไปแบบประคองสถานการณ์ไม่ให้หลุดจากอันดับสองหรือสามก็พอ เพราะความจริงที่ต้องยอมรับก็คือมันไม่ง่ายหรอกนะ ที่จะไล่ตาม ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ หรือหากว่า เป๊ป จะดึงดันเต็มที่มันทุกนัดในพรีเมียร์ ลีก เพื่อต่อความหวังในการป้องกันแชมป์ให้ได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกครับ

หากแต่มันคงจบไม่สวยแน่ครับ หากว่าสุดท้ายแล้ว เขาต้องจบฤดูกาลด้วยมือที่ว่างเปล่า ซึ่งถ้ามันเป็นเช่นนั้นล่ะก็ บางทีเราคงได้เห็น เป๊ป กับฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลสุดท้ายก็เป็นได้


ยังไงก็ตาม ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลของลิเวอร์พูลที่จะล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว หลังรอมา 30 ปี แต่พวกเขาจะทำสถิติไร้พ่ายหรือไม่นั้นคือ เป้าหมายหลักของพวกเขา รอลุ้นกันอีกสิบกว่านั้นก็รู้ผลแล้ว ยังมีประเด็นอื่นกว่าจะมา เจมี่ วาร์ดี้ ได้เหมือนทุกวันนี้ เขาผ่านอะไรมาบ้าง ติดตามได้ที่เว็บแทงบอลน้อยที่สุดในเอเชีย