สรุปดีลสำคัญซื้อขายนักเตะในตลาดหน้าหนาว มกราคม 2020

สรุปดีลสำคัญซื้อขายนักเตะ เมื่อสิ้นสุดเดือนมกราคมของทุกปี นั่นก็หมายความว่าตลาดค้านักฟุตบอลในช่วง Winter Market ได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการโดยตลอดช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสให้แต่ละสโมสรได้ปะผุ เสริมแต่งทีมด้วยตัวผู้เล่นใหม่ๆ และแม้จะดูเงียบเหงาอยู่บ้างเนื่องจากทีมใหญ่ๆ ไม่ได้ทุ่มเงินสร้างบิ๊กดีลอะไร แต่มันก็พอจะมีธุรกรรม ที่น่าสนใจอยู่บ้างครับ ซึ่งเราจะนำมาพูดถึงกันในที่นี้

สรุปดีลสำคัญซื้อขายนักเตะ ปีใหม่หน้าสนใจอะไรบ้าง

เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์ (Erling Braut Haland)

เริ่มต้นกันที่เจ้าหนูมหัศจรรย์ชาวนอร์เวย์ วัย 19 ปี อย่าง เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์ ที่ฟอร์มการเล่นกับสโมสรเร้ดบูลส์ ซัลบวร์ก ทีมในลีกออสเตรีย ร้อนแรงเกินห้ามใจ จนมีหลายทีมทั่วยุโรป รุมเข้ามาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งหนึ่งในสโมสรใหญ่ที่มีข่าวว่าให้ความสนใจในตัวดาวยิงรายนี้มากที่สุด ในช่วงตลาดเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทว่าด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นจากปัจจัยหลายๆอย่างรวมกัน ทำให้ดีลระหว่าง ฮาแลนด์ กับ ปีศาจแดง ไม่เกิดขึ้น จนในที่สุดโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กระโจนเข้ามาสวมบทเสือเหลืองปืนไวคว้าลายเซ็นเจ้าหนูวัย 19 ปี ไปครอง ด้วยค่าเสียหายเพียง 19 ล้านปอนด์เท่านั้น

ด้วยสถานการณ์การขับเคี่ยวในบุนเดสลีกา ที่เหล่าทีมนำหัวตารางมีแต้มเบียดกันแบบใหล่ชนใหล่ โดยเฉพาะทีมอันดับหนึ่งถึงสี่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค , เร้ดบูลส์ ไลป์ซิก , โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค มีแต้มห่างกันเพียงสามคะแนน

การเข้ามาเสริมทัพเสือเหลืองของ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ย่อมเป็นการเสริมทัพที่ถูกต้องของดอร์ทมุนด์ เพื่อความหวังในการบดบี้บนเส้นทางคว้าแชมป์ลีกที่ยังเปิดกว้าง ซึ่งเจ้าหนูวัย 19 ปี ก็ไม่ทำให้ใครผิดหวัง เพราะเพียงแค่สามเกมแรกที่ได้ลงเล่น เจ้าตัวซัดไปแล้ว 7 ประตู สร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลเยอรมันอย่างมาก

แม้หลายคนจะลงความเห็นว่าซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค จะเป็นเพียงสถานีชั่วคราวในการให้ ฮาแลนด์ ได้มาชุบตัว ชุบราคาค่าตัวให้อัพเพิ่มสูงขึ้นก่อนรอสโมสรใหญ่ทีมอื่นมาสู่ขอไปอีกทอด ซึ่งมันก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เมื่อดูจากอายุที่ยังน้อย แต่นั่นคือเรื่องของอนาคตเพราะปัจจุบัน ฮาแลนด์ ได้ประกาศศักดาให้ทีมร่วมลีกได้รับรู้ถึงความอันตรายของตนเองแล้วและเชื่อว่า บุนเดสลีกา ในฤดูกาลนี้ จะขับเคี่ยวกันอย่างสนุกแน่นอน


ทาคูมิ มินามิโนะ (Takumi Minamino)

คนต่อมาคือ ทาคูมิ มินามิโนะ ดาวเตะเลือดซามูไร ที่ชิงย้ายจาก เร้ดส์บูล ซัลบวร์ก มาร่วมทีมว่าที่แชมป์พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ตลาดยังไม่ทันเปิดทำการโดยตัว ทาคูมิ นั้นสร้างผลงานที่ดีมาในสีเสื้อซัลบวร์ก ทีมเดียวกันกับ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ และการย้ายมาแอนฟิลด์ ก็ถือว่าเป็นเป้าหมายที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของหงส์แดง เป็นคนที่บอกเองเลยว่าต้องการให้เข้ามาเสริมความแกร่งของทีม ไม่ใช่การซื้อเพื่อหวังผลขยายฐานแฟนบอล ในประเทศญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว

แน่นอนว่าหากมองไปที่ขุมกำลังแนวรุกของลิเวอร์พูล ที่มีทั้ง ซาดิโอ มาเน่ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ จะเป็นการยากที่ใครสักคนจะสอดแทรกตัวเองลงไปได้ ทว่าในระยะยาวที่ขนาดของทีมที่ไม่ใหญ่มาก ในเรื่องขุมกำลังเชิงลึก ทาคูมิ มินามิโนะ จะมีโอกาสของตนเองแน่นอน เมื่อโปรแกรมการแข่งขันของทีม กลับมาชุกชุมอีกครั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะมีรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เข้ามา

สรุปแล้วช่วงเริ่มต้นอาจยังเร็วไปที่บรรดา เดอะ ค็อป จะคาดหวังในตัว มินามิโนะ ที่ย้ายมาด้วยค่าตัวราว 7 ล้านปอนด์ แต่หากมองในระยะยาว หากเจ้าตัวปรับสภาพให้เข้ากับปรัชญาฟุตบอลของทีมรวมถึง ปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้ ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าได้ไม่ยาก


ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (Zlatan Ibrahimovic)

มาต่อกันที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวเตะตัวเก๋าวัย 38 ปี ที่หมดสัญญากับ แอลเอ แกแล็คซี่ ทีมดังในเมเจอร์ ลีก สหรัฐ และตัดสินใจกลับมาร่วมทีม เอซี มิลาน ในสัญญาระยะสั้น 6 เดือน อย่างที่ทราบกันดีว่า เอซี มิลาน นั้นอยู่ในช่วงขาลงอย่างมากทั้งสภาพของทีมและความเป็นไปในลีก ซึ่งการเข้ามาของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ในอดีตเคยสวมเสื้อปีศาจแดงดำมาก่อนแล้ว น่าจะเป็นการเข้ามาเติมเต็มในเรื่องของทีมสปิริต จากบารมีที่ ซลาตัน มีในตัวเอง น่าจะเป็นประโยชน์ในการปลุกไฟในตัวรุ่นน้องได้อย่างดี

อีกทั้งหากมองในแง่ของฝีเท้า ก็ต้องบอกว่าแม้อายุจะเข้าใกล้เลขสี่แต่ความสามารถของดาวยิงสวีดิช ยังคงความอันตรายอยู่เสมอและสามารถจะเล่นในเวทีกัลโช่ เซเรีย อา ได้สบายๆ

โดยสถานการณืเวลานี้ เอซี มิลาน มีแต้มตามหลังโซนพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีกอยู่ 8 คะแนน แต่ความเป็นไปได้มากที่สุดคือการทำอันดับไปเล่นยูโรป้า ลีก ซีซั่นหน้าที่ดูเป็นไปได้มากกว่า ซึ่ง ซลาตัน น่าจะทำประโยชน์ให้ทีมได้ไม่มากก็น้อย


บรูโน่ แฟร์นานเดส

บรูโน่ แฟร์นานเดส (Bruno Fernandes)

มาต่อกันที่ดาวเตะโปรตุเกส ผู้เป็นข่าวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตลอดทั้งเดือน จนในสุดก็บรรลุข้อตกลงกันได้ในช่วงใกล้วันตลาดปิด บรูโน่ แฟร์นานเดส ย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มายังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดด้วยค่าตัวเบื้องต้น 47 ล้านปอนด์ และมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ปีศาจแดง ต้องจ่ายเป็นค่าสินสอดราว 65 ล้านปอนด์ การเข้ามาของ บรูโน่ แน่นอนว่าจะเป็นการเติมเต็ม แก้ไข ปัญหาของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ขาดผู้เล่นประเภทสร้างสรรค์เกม อีกทั้งยังเป็นการซื้อตัวที่ถูกต้องที่สุด เนื่องจากทีมต้องการนักเตะประเภทนี้จริงๆ

ด้วยสไตล์การเล่นที่ปรับได้ทั้งการลงมายืนต่ำในบทบาทหมายเลข 8 รวมถึงการดันสูงไปเป็นหมายเลข 10 ทำให้ บรูโน่ จะมีส่วนสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้แดนกลางของทีมซึ่งก้ต้องรอดูว่า โซลชา จะจัดสรรให้เจ้าตัวลงเล่นในบทบาทใด ทว่าที่มั่นใจได้ก็คือ บรูดน่ น่าจะปรับตัวกับลีกอังกฤษได้ไม่ยากเพราะเป็นผู้เล่นที่ความสามารถรอบด้าน ส่วนผลงานนั้นต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์


ปาโบล มารี่

ปาโบล มารี่ (Pablo Mari)

จากแมนเชสเตอร์ ข้ามมาที่กรุงลอนดอนกันบ้าง โดยไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ภายใต้กุนซือมือใหม่อย่าง มิเกล อาร์เตต้า จัดการแก้ปัญหาเกมรับรั่ว ด้วยการเสริมผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์ อย่าง ปาโบล มารี มาร่วมทีมแบบยืมตัว

ปาโบล มารี ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูแฟนบอลมากสักเท่าไร เนื่องจากเล่นกับ ฟลาเมงโก ในลีกบราซิล ส่วนอีกคนก็คือ เซดริก โซอาเรส แบ็คขวาจากเซาท์แฮมตัน การเสริมทีมครั้งนี้ ถือเป็นการเกาถูกที่คันอย่างแท้จริงเพราะเกมรับที่หละหลวมคือปัญหาของไอ้ปืนใหญ่มาโดยตลอดตั้งแต่เปิดซีซั่นมา มิเกล อาร์เตต้า ต้องการปรับเกมรุกให้ดีขึ้น เสียประตูน้อย การได้ 2 กองหลังเข้ามาเพิ่มน่าจะช่วยให้มีทางเลือก ในการจัดทัพและเลือกแผนการเล่นได้มากขึ้น

ในรายของ เซดริก โซอาเรส แฟนบอลรู้จักมักคุ้นกันอยู่แล้วเพราะค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกมาหลายปีและเป็นสมาชิกชุดแชมป์ยูโร 2016 ของทีมชาติโปรตุเกส ส่วน ปาโบล มารี น่าจะต้องปรับตัวพอสมควร เนื่องจากเพิ่งมามีชื่อติดหูแฟนบอล ตอนเล่นให้ฟลาเมงโก้ ในศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อปลายปีที่ผ่านมานั่นเอง


คริสเตียน อีริคเซน

คริสเตียน เอริคเซ่น (Christian Erik Jensen)

จากรั้วปืนใหญ่ มาเข้าแคมป์ไก่เดือยทองกันบ้าง และก็เป็นอันว่าสิ้นสุดมหากาพย์ของคนหมดใจอย่าง คริสเตียน เอริคเซ่น ที่ได้ย้ายไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน สมใจ เพราะเจตนาอยากย้ายออกจากสเปอร์สชัดเจนมานานแล้วขณะที่โชเซ่ มูรินโญ่ จัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องการบาดเจ็บของดาวยิงตัวเก่งอย่างแฮรี่ เคน ด้วยการจ่ายเงิน 25 ล้านปอนด์ คว้าตัว สตีเว่น เบิร์กไวน์ ผู้เล่นเกมรุกสุดจี๊ดจ๊าดมาจาก พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น
ในลีกฮอลแลนด์

ด้วยแผนการเล่นที่ใช้แกนรุกสามคน การเข้ามาของ เบิร์กไวน์ น่าจะเป็นการเสริมกำลังในจุดที่แฮรี่ เคน เคยทำไว้ หรือบางที มูรินโญ่ อาจหุบเอา ซน เฮือง มิน หรือ ลูกัส มูร่า มายืนตรงตำแหน่งหน้าเป้า และเอา เบิร์กไวน์ ประจำการบริเวณริมเส้น เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว เบิร์กไวน์ คือปีกธรรมชาติมากกว่า

แต่ถามว่าเป็นดีลที่คาดหวังผลในระยะสั้นได้หรือไม่นั้น คงยาก เพราะเจ้าตัวเพิ่งอายุ 22 ปีเท่านั้นต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร มองแล้วเหมือนเป็นการซื้อเพื่ออนาคต แต่ตัวของเบิร์กไวน์ เองก็ได้รับคำชื่นชมมากพอสมควรจากรุ่นพี่คนบ้านเดียวกันอย่าง ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ที่การันตีว่าเบิร์กไวน์มีพรสวรรค์มากพอจะแจ้งเกิดกับไก่เดือยทองได้อย่างแน่นอน


ทีมสุดท้ายที่น่าสนใจคืออินเตอร์ มิลาน ของกุนซืออันโตนิโอ คอนเต้ ที่เดินถือเงินเข้าตลาดพรีเมียร์ ลีก และนำสินค้าออกไปหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น แอชลี่ย์ ยัง จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , คริสเตียน เอริคเซ่น จาก สเปอร์ และ วิคเตอร์ โมเสส จากเชลซี

ในรายของ ยัง และ โมเสส เป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากเพราะแผนการเล่นหลักของ คอนเต้ นั้นให้ความสำคัญกับผู้เล่นประเภทวิงแบ้คที่มีพลังในการวิ่งขึ้นลง ซึ่ง แอชลี่ย์ ยัง แม้จะอายุเยอะแล้วก้จริง แต่มีพลังงานที่ไม่แพ้คนหนุ่ม และบวกด้วยประสบการณ์ที่มากพอตัว ส่วนในรายของ วิคเตอร์ โมเสส ก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ เนื่องจาก คอนเต้ เคยร่วมงานกับ โมเสส มาแล้วเมื่อครั้งที่เจ้าตัวมาคุมทีมเชลซี และก็เป็นคนสร้างให้ วิคเตอร์ โมสเสส เล่นได้อย่างโดดเด่นในตำแหน่งวิงแบ็ค จนกลายเป็นกำลังสำคัญของ คอนเต้ ที่ก้าวไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เมื่อปี 2017

ทางด้านของคริสเตียน เอริคเซ่น เพลเมกเกอร์เดนมาร์ก ที่ย้ายมาจากท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ก็เป็นการเติมมิติที่หลากหลายขึ้นให้เกมรุกของทีม เพราะตอนนี้ อินเตอร์ มิลาน กำลังอยู่บนเส้นทางการบดบี้คั่วแชมป์กัลโช่ กับ ยูเวนตุส อย่างสูสี การได้ เอริคเซ่น เข้ามาจะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในแนวรุกของทีมอย่างไม่ต้องสงสัย

และทั้งหมดนี้ก็คือส่วนหนึ่งของ สรุปดีลสำคัญซื้อขายนักเตะ ที่เกิดขึ้นในตลาดนักเตะเดือนมกราคม 2020 ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับว่า มีตกหล่นไม่ครบทุกรายชื่ออย่างแน่นอน แต่ก็ด้พยายามคัดเอาดีลสำคัญๆ มานำเสนอนั่นแหละครับ