วินนี่ โจนส์

วินนี่ย์ โจนส์ จากแดนกลางฉายาไอ้โรคจิตกลายเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ด

Vinnie Jones (วินนี่ย์ โจนส์) สำหรับกีฬาฟุตบอลนั้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดมาคู่กับความสวยงามเสมอไป เพราะแม้กระทั่งเหรียญยังมีสองด้าน ฟุตบอลก็มีแง่มุมสีเทาที่อาจเรียกได้ว่า เป็นศาสตร์ด้านมืดของวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักฟุตบอลที่ลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับที่หน้าที่โดยตรงคือการตัด ทำลายเกมการเล่นของคู่ต่อสู้และเป็นที่แน่นอนว่าสิ่งที่ง่ายที่สุดในการที่จะหยุดสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็คือการทะยานเข้าปะทะอย่างหนักหน่วง ที่เป็นรูปแบบในการเล่นของนักฟุตบอลตำแหน่งนี้มาช้านาน

วินนี่ย์ โจนส์

ในคลิปนี้เราจะพาไปพบกับตัวแทนด้านมืดของวงการฟุตบอลที่ครั้งหนึ่งชายคนนี้เคยโลดแล่นอยู่ในสนาม ด้วยสไตล์การเล่นที่โหมเหี้ยมอำมหิตผิดมนุษย์มนาทั่วไป ชายเจ้าของสมญานาม “ไอ้โรคจิต” วินนี่ โจนส์

วินนี่ โจนส์ ได้ฉายา ไอ้โรคจิต มาได้ยังไง?

หากหมุนเข็มนาฬิกาย้อนไปในช่วงยุคทศวรรษที่ 1980-1990 ฉายา ไอ้โรคจิต คือภาพจำที่แฟนบอลมีต่อ วินนี่ โจนส์ และสโมสรที่เขาสังกัดอยู่นั่นก็คือ วิมเบิลดัน ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น มิลดัน คีย์น ดอนส์

วิมเบิลดัน ในยุคนั้นได้รับฉายาว่าเป็นทีมจอมโหด “เครซี่ แก๊ง” อันเนื่องมาจากสไตล์การเล่นที่ บู๊ ดุดัน และโหดเหี้ยม พร้อมบวกพร้อมชน ไม่ว่าหน้าอินทร์หน้าพรหมข้าก็ไม่สน นำมาโดย วินนี่ โจนส์ ที่เป็นตัวชูโรงและดาราสมทบแต่ละคนก็มีดีกรีไม่แพ้กันอย่าง เดนนิส ไวส์ , จัสติน ฟาชานูและ ลอรี่ ซานเซช เป็นต้น

แน่นอนว่าภาพจำในความทรงจำของแฟนบอลที่มีต่อ วินนี่ โจนส์หนีไม่พ้นชอตที่เจ้าตัวสวมวิญญาณไอ้โรคจิต ทะยานเข้าไปขย้ำจุดยุทธศาตร์ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งชายชาตรีของ พอล แกสคอยน์

รวมไปถึงการกระโจนเข้าเสียบหนักใส่ แกรี่ สตีเว่นส์ ปราการหลังของท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ จนได้รับบาดเจ็บหนักและทนพิษบาดแผลไม่ไหวแขวนสตั๊ดไปในที่สุด

เส้นทางบนลูกหนังของ โจนส์

เส้นทางลูกหนังของชายคนนี้เริ่มต้นกับทีมนอกลีกก่อนจะฉายแววโดดเด่นในการเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับและถูกสโมสรวิมเบิลดันคว้าตัวมาร่วมทีมในอีกสองปีต่อมาเพียงแค่สองปีที่ วินนี่ โจนส์ ได้เข้ามาเป็นสมาชิกเครซี่ แก๊งเขาก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมวิมเบิลดัน หักปากกาเซียนผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ โดยเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในปี 1988 ถือเป็นหนึ่งในเกมคลาสสิคของเอฟเอ คัพ ที่ยังคงถูกเล่าขานสืบทอดต่อกันมาจนถึงยุคปัจจุบัน

จากความสำเร็จดังกล่าวทำให้ วินนี่ โจนส์ เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังและไปเข้าตาสโมสร ยูงทอง ลีดส์ ยูไนเต็ด จนสุดท้ายก็คว้าตัวไปร่วมทัพในปี 1989 ทว่าอยู่ดีมีสุขในถิ่นเอลแลนด์ โรดส์ ได้ไม่นานก็ต้องระเห็จไปร่วมทีม เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์

ชีวิตของเขาหลังออกจากวิมเบิลดัน ถือเป็นเป็นแข้มจอมพเนจรอย่างแท้จริงเพราะจากเว้นส์เดย์ ที่เขาร่วมทีะได้เพียงปีเดียว คราวนี้กลายเป็นสโมสรเชลซี ที่รับตัวเขามาสวมเสื้อสิงโตน้ำเงินครามในปี 1992 แต่ซี่รี่ส์พเนจรยังคงดำเนินต่อไปจนสุดท้ายเขาก็ต้องย้ายกลับวิมเบิลดันทีมที่เคยสร้างชื่อให้เขา หลังจากที่ออกมาเป็นเวลาสี่ปี กับการเร่ร่อนไปในสามสโมสร

ในเวลานั้น วิมเบิลดัน คุมทีมโดย โจ คินเนียร์ ที่มอบความไว้วางใจให้ วินนี่ โจนส์ เป็นนักเตะสำคัญในแดนกลาง คอยคุมงานตัดเกมและผลงานก็ออกมาดีอย่างมากกับการจบฤดูกาลในเกมลีกด้วยอันดับเลขตัวเดียวมาเป็นเวลาสามปีติดต่อกัน

ตลอดชีวิตการค้าแข้งของ วินนี่ โจนส์ เขาถูกใบแดงไล่ออกจากสนามมากถึง 12 ครั้งกับอีกหนึ่งสถิติส่วนบุคคลสุดอลังการที่ไม่น่าจะมีใครทำลายลงได้นั่นก็คือ โดนใบเหลืองเร็วที่สุดที่ตัวเลขสามวินาทีหลังเกมเริ่ม !!! ซึ่งก็ไม่แปลกเลยที่ใครๆจะมอบสมญานาม ฮาร์ดแมนตัวท้อปแห่งยุค ให้เขา

ในปี 1992 , วินนี่ โจนส์ เกิดไปเดียบรรเจิด ด้วยการรวบรวมเหตุการณ์วีรกรรมความรุนแรงในการเล่นฟุตบอลที่เขาเคยสร้างไว้ รวมไปถึงทริกสกปรก และแท็คติกด้านมืดต่างๆ ใส่ไปในวีดีโอที่วางขายในชื่อว่า Soccer’s Hard Men ทั้งหมดในวีดีโอแสดงให้เห็นถึงความฉาวโฉ่ของตัวเขาเองรวมไปถึงลูกล่อลูกชนต่างๆที่เขาทำ โดยไม่มีปิดบังเพื่อรักษาภาพลักษณ์แต่อย่างใด ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากนั้นไม่นาน สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ได้ทำการปรับเงินเขาจำนวน 20,000 ปอนด์ ในข้อหานำเข้ามาซึ่งความเสื่อมเสียให้กับวงการลูกหนังประเทศ

วีรกรรมเถือนๆ อะไรเด็ดของ วินนี่ โจนส์ บ้าง

ซึ่งฟุตเทจวีดีโอนี้ หากเพื่อนๆอยากรับชม ก็สามารถไปค้นหาได้ในยูทูป โดยพิมพ์คำว่า Soccer’s Hard Men ก็จะพบกับวีดีโอดังกล่าวผลงานในด้านมืดของ วินนี่ โจนส์ บนสังเวียนหญ้า ถือว่ามีมากมายเอาเรื่องหากเปรียบเป็นเพลง ก็สามารถนำมารวมฮิตเป็นอัลบั้มได้เลย

  • ยกตัวอย่างเช่น การเสียบหนักใส่กองหลังคู่แข่งจนสุดท้ายต้องบาดเจ็บและแขวนสตั๊ดไปทันที
  • การเอาหัวบรรจงโขกใส่ เควิน แรดคลิฟฟ์นักเตะของเอฟเวอร์ตัน จนโดนไล่ออกจากสนาม

รวมถึงในสีเสื้อเชลซี ที่เขาไปค้าแข้งช่วงสั้นๆ ก็ยังมีผลงานที่แฟนบอลจำได้ไม่ลืม คือในเกมดาร์บี้ แมตช์ ที่สิงโตน้ำเงินคราม พบกับ อาร์เซน่อลที่ก่อนเกมจะเริ่ม วินนี่ โจนส์ ได้เดินไปบริเวณกลุ่มเชียร์ของไอ้ปืนใหญ่ และบรรจงปั้นนิ้วกลางชูหรามอบให้แบบน่ารักน่าถีบ สุดท้ายก็โดนเอฟเอ ลงดาบปรับเงินไปหลักหมื่นปอนด์

วินนี่ โจนส์ วรีกรรมสุดแสบ

ประวัติอันแสบสันต์ทะลุทรวงของเขา ใช่ว่าจะมีแค่ในสนามเพราะอย่างในปี 1998 เขาก็เคยถูกศาลตัดสินคดีว่าผิด ต้องบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมเป็นเวลา 100 ชั่วโมงและปรับเงินเป็นค่าเสียหายให้คู๋กรณี 400 ปอนด์ จากเหตุการณืที่เจ้าตัวไปทำร้ายร่างกายเพื่อนช้านชื่อว่า ทิโมธี เกียร์

ยิ่งหากไปดูคำให้การของผู้เสียหาย จะเห็นได้ชัดเจนว่า วินนี่ โจนส์ นั้นเป็นคนที่บ้า เหี้ยมโหดและอำมหิตหนักมากเพราะ เกียร์ เล่าว่าเขาถูกมิดฟิลด์รายนี้ ทำร้ายทั้ง เตะ ต่อย กัด บุกพังประตูบ้านเข้ามา และแม้ว่าจะซัดจน เกียร์ หมอบไปกองกับพื้นแล้วแต่ วินนี่ โจนส์ ก้ยังตามแถมซ้ำด้วยการกระทืบไปอีกหลายดอก บ่งบอกชัดเจนว่าฉายา ไอ้โรคจิต ที่ได้มาไม่ใช่แค่เพราะวีรกรรมในสนามเท่านั้น

แต่แม้จะเกิดเรื่องงามหน้ามากมายตลอดชีวิตการเป็นนักฟุตบอลแต่โจน์ ยังคงมีความฝันสูงสุดคือการได้เล่นทีมชาติเวลส์ ซึ่งเป็นชาติสายเลือดของคนเป็นแม่ซึ่งเขาก็ทำได้แม้จะแค่เพียงแปดนัดเท่านั้นก็ตาม วินนี่ โจนส์ เคยเปิดใจครั้งหนึ่งว่าบางทีเขาก็น้อยใจ ที่แฟนบอลไม่ให้ค่าผลงานในสนามรวมถึงความทุ่มเทที่เขาเคยทำไว้บ้างเลย

“ผมรู้สึกมาเสมอว่าผู้คนชอบเหยียบให้ผมลงต่ำ ซึ่งผมก็พยายามเผชิญหน้ามาโดยตลอดมันไม่มีใครอยากให้เครดิตผมเลย ไม่มีเลยจริงๆ เพราะแม้แต่จะคิดพวกเขายังไม่ทำ ”

ในปี 1998 วินนี่ โจนส์ ตัดสินใจแขวนสตั๊ดกับวิมเบิลดันและหันไปจับงานโค้ชที่ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในบทบาทควบทั้งผู้เล่นและโค้ชแต่ก็อยู่ได้ไม่นาน จึงบอกลาอาชีพที่เกี่ยวกับฟุตบอลไปในที่สุด

วินนี่ โจนส์ เริ่มเข้าวงการภาพยนต์ได้ยังไง

สิ่งหนึ่งที่ตัวของ โจนส์ มีมาเสมอคือความแน่วแน่ในความคิดเพราะเมื่อตัดสินใจหันหลังให้วงการฟุตบอล เขาก็ตั้งธงในใจทันทีว่าจะต้องเป็นนักแสดงให้ได้ และนั่นคือประตูบานแรกที่พาเขาไปสู่ ฮอลลีวู้ด หลังร่ำเรียนวิชาการแสดงมาจนได้ที่ โจนส์ ได้รับโอกาสให้เล่นหนังครั้งแรกในบทบาทของ บิ๊ก คริส จากหนังเรื่อง ล็อก สต็อค แอนด์ ทู สโมคกิ้ง บาร์เรลที่กำกับโดย กาย ริทชี่

โจนส์ Gone in sixty second

จากนั้นมาเขาก็ไต่เต้าในวงการมาเรื่อยๆ จนได้เล่นหนังฟอร์มใหญ่มากขึ้นเช่นเรื่อง สแนทช์ ที่มี แบรด พิตต์ นำแสดง รวมไปถึง Gone in sixty second ที่มี นิโคลาส เคจ เป็นตัวนำ

ด้วยแคแรคเตอร์ที่ชัดเจนในความดิบเถื่อนทำให้บทบาทที่เขามักได้รับหนีไม่พ้นพวกจอมโหดบ้าพลังซักเท่าไร แต่ก็เป็นเรื่องดี เพราะมันสามารถทำให้เขาเข้าถึงบทบาทของตัวละครได้อย่างแนบสนิทจนผลงานการแสดงออกมายอดเยี่ยม

จากจุดเริ่มต้นในวงการภาพยนต์ จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาสองทศวรรษที่เขามีผลงานมากมายเกือบหนึ่งร้อยเรื่อง รวมไปถึงงานละครโทรทัศน์อีกมากมายและยังเคยมีรางวัลการันตีผลงานการแสดงอีกพอสมควร เรียกได้ว่าเป็นดาราแถวหน้าของวงการฮอลลีวู้ด
ก็ไม่ผิดนัก


เห็นได้ชัดเลยว่าแม้วงการฟุตบอลจะจดจำเขาในแง่ลบ และไม่ค่อยมองเห็นคุณค่าในตัวเขาเนื่องจากส่วนมากจะจดจำเขาในความเหี้ยมโหด โรคจิต มากกว่า แต่กับเส้นทางการเป็นนักแสดงนั้น โจนส์ ถือว่าเป็นบุคลากรคุณภาพและมีฝีมือที่ยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมเชยอย่างมากจากคนในวงการ

มันก็เป็นเส้นทางที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุดที่เขาได้เลือกด้วยตัวเองสำคัญคือ วงการภาพยนต์ อาชีพดารานักแสดงนั้น ไม่มีอายุงานกำหนดตายตัวขอเพียงยังมีกำลังและความสามารถ ก็จะโลดแล่นบนจอได้ต่อไป ซึ่งมันการันตีเลยว่าเราจะได้เห็นคนที่มีความมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังกับงานอย่าง วินนี่ โจนส์ ในบทบาทนักแสดงไปอีกนาน

นี่แหละครับคือเรื่องราวของอดีตนักฟุตบอลแข้งโหด ที่มาพร้อมฉายาไอ้โรคจิตซึ่งดีกรีความเหี้ยมนั้นถึงขั้นที่ว่าแม้แต่ รอย คีน คนที่ถือว่าเป็นตัวท้อปแห่งวงการในเรื่องความระห่ำยังเอ่ยปากว่าไม่อยากยุ่งด้วยมากที่สุด


จบแล้วครับกับวรีกรรมสุดโหดของนักเตะ พร้อมเส้นทางสายลูกหนังหลังจากที่เลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว แต่ถ้าสนใจอยากแทงบอลกกับเว็บ ibcbet เว็บมาแรงที่สุดในเอเชีย พร้อมเกม แทงบอลยูโร2020 ได้ที่นี่เว็บเดียวจบ